ประวัติความเป็นมาของแคน

แคนเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของทางภาคอีสาน เป็นเครื่องดนตรีที่ใช่ปากเป่าให้เกิดเสียง และเป็นที่นิยมของคนทั่วไปเพราะมีมาช้านานตั้งแต่โบราณมาถึงปัจจุบัน และยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแคน ว่าใครเป็นผู้คิดค้นเครื่องดนตรีชนิดนี้

ประวัติความเป็นมา

ได้มีการเล่าต่อกันมาว่า เมื่อนานมาแล้วได้มีนายพรานคนหนึ่งได้เดินทางเข้าป่าเพื่อไปล่าสัตว์มาเลี้ยงครอบครัว แล้วเกิดไปได้ยินเสียงนกการเวกตัวหนึ่งร้อง  เสียงของนกการเวกนั้นเพราะจับใจนายพรานยิ่งนัก เมื่อได้กลับออกมาจากป่า จึงได้เล่าเรื่องนกการเวกตัวนี้ให้แก่ ชาวบ้านฟัง หนึ่งในนั้นได้มีหม้ายสาวคนหนึ่ง ที่ได้ฟังเรื่องราวแล้วอยากจะได้ยินเสียงนกการเวกตัวนั้นมาก และได้ไปขอร้องให้นายพรานพาตนนั้นเข้าป่าไปด้วย เพราะอยากฟังเสียงของนกการเวกเหลือเกิน วันรุ่งขึ้นนายพรานจึงยอมพาหม้ายสาวคนนั้นไปด้วย

ครั้นพอมาถึงในป่าตรงจุดที่บริเวณเหล่านกการเวกนั่นอยู่ พวกนกการเวกก็ได้ร้องส่งเสียงตามปกติของมัน นายพรานจึงบอกหม้ายสาวให้เงียบๆแล้วคอยเงี่ยหูฟังนกการเวกร้องให้ดี เมื่อหม้ายสาวได้ฟังเสียงนกที่ไพเราะจับใจจนเกิดอาการหลงใหล และบ่นกับตัวเองว่าจะทำยังไงถึงจะได้ยินเสียงนกร้องแบบนี้ตลอดไปได้ ครั้นจะอยู่ที่นี่ก็ลำบากไม่มีข้าวปลาอาหาร จึงได้คัดสินใจว่าจะทำดนตรีขึ้นมาให้มีเสียงไพเราะจับใจแบบนกการเวกนี้ให้ได้ เมื่อหม้ายสาวได้เดินทางออกจากป่ากลับมายังบ้านก็ได้ลงมือทำเครื่องดนตรี ทั้งดีด สี ตี เป่า ก็ยังไม่มีเสียวดนตรีไหนที่จะเพราะเท่าเสียงของนกการเวกได้เลย

แต่นางก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะทำในที่สุดนางได้ไปตัดไม้ไผ่ต้นเล็กๆแล้วลองมาทำเป็นเครื่องเป่า แล้วแก้นั้น แก้นี้จนในที่สุดนางก็ได้เสียงคล้ายนกการเวกตัวนั้นจนได้และนางก็ได้ฝึกเป่าทำนองเพลงต่างจนชำชอง และนางจึงได้ขอเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าปเสนเมื่อถึงวันเข้าเฝ้านางก็ได้ฝึกซ้อมเป็นอย่างดี เมื่อเข้าเฝ้านางก็ได้ทำการแสดงเครื่องดนตรีด้วยทำนองที่นางฝึกมา แล้วถามว่า

เพราะไหมเจ้าค่ะ พระเจ้าปเสนบอกว่า พอฟังได้ แล้วนางก็เล่นจนจบเพลงสุดท้าย แล้วพระเจ้าปเสนก็บอกว่า แคนแด่ (แปลว่า ครั้งนี้ดีขึ้นหน่อย) แล้วถามท่านว่าควรเรียกดนตรีชนิดนี้ว่าอาไร ท่านจึงบอกว่าแคนก็แล้วกันเป็นคำสุดท้ายที่เราบอกเจ้าเมื่อครู่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการเรียกเครื่องดนตรีที่นางทำขึ้นมาว่าแคน มาจนถึงทุกสันนี้

 

สนับสนุนโดย  ufabet