อวสานหมูกะทะ สาวเจอฝีในหมู ทางร้านเรียกเก็บค่าปรับถ้าไม่ยอมกินให้หมด 

           เมื่อวันที่ 27 เดือนมีนาคมปีพศ. 2564 ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งได้โพสต์ภาพชิ้นเนื้อหมูซึ่งวางอยู่ในจานลงใน Facebook ของตนเองพร้อมทั้งระบุว่าเธอได้ไปกินหมูกระทะที่ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง  ปัญหาของเธอก็คือเนื้อหมูที่ถูกนำมาเสิร์ฟนั้นมีบางชิ้นมีลักษณะเป็นสีดำเป็นจุดจุดและบางชิ้นยังมีฝีในเนื้อหมูอีกด้วยซึ่งเธอนั้นไม่สามารถกินได้จึงได้มีการแยกชิ้นเนื้อที่กินไม่ได้ออกไว้อีก 1 จาน

         หลังจากที่หญิงสาวและเพื่อนของเธอกินเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการจ่ายเงินและกำลังจะเดินออกจากร้านปรากฏว่าพนักงานร้านหมูกระทะได้วิ่งมาที่เธอและเพื่อนพร้อมกับเรียกเก็บเงินค่าปรับเพิ่มเลยบอกว่าเพื่อนนั้นกินของเหลือซึ่งเธอได้ชี้แจงให้กับพนักงานทราบและว่าหมูในการดังกล่าวนั้นเธอไม่ได้มีการกินแต่อย่างใด

           เพราะว่าไม่สามารถกินได้โดยยังชี้ให้พนักงานดูว่าในเนื้อหมูบางชิ้นนั้นเป็นฝีและชิ้นเนื้อบางชิ้นก็มีสีดำเป็นจุดจุดซึ่งเธอแหละเพื่อนนั้นไม่สามารถกินได้จริงๆแต่พนักงานร้านยืนยันว่าถ้าหากกินไม่หมดก็จะต้องจ่ายค่าปรับทำให้เพื่อนของเธอนั้นจำเป็นต้องไปนั่งฝืนกินจนหมู่ในจานนั้นหมด

         หลังจากที่หญิงสาวได้มีการโพสต์ข้อความนี้ออกไปมีหลายคนที่เคยไปใช้บริการร้านหมูกระทะแห่งนี้บอกว่าบางคนก็เคยเจอหนักกว่านี้ซึ่งร้านหมูกระทะดังกล่าวนั้นเคยมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องของเนื้อหมูที่นำมาวางขายให้กับลูกค้านั้นมีเข็มฉีดยาติดไว้ด้วยทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างก็แนะนำให้เธอนั้นไปแจ้งความเพื่อทำการเอาผิดร้านหมูกระทะดังกล่าว

           เพราะอันที่จริงแล้วการที่นำหมูที่ไม่ได้คุณภาพและไม่ถูกสุขลักษณะมาขายให้กับผู้การนั้นถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมายอย่างหนึ่งซึ่งกระทรวงสาธารณสุขควรจะลงมาตรวจสอบและมีการปรับร้านหมูกระทะดังกล่าวเพื่อให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

         อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเนื้อหมูมีก้อนขาวอยู่ด้านในหรือแม้แต่มีหนองในในเนื้อหมูนั้นเรามักจะได้ยินข่าวแบบนี้กันอยู่บ่อยครั้งซึ่งทางด้านนายแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งก็เคยออกมาพูดถึงเรื่องนี้แล้วว่าไม่ควรจะกินเนื้อหมูที่มีลักษณะแบบนี้เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกายของผู้ที่กินแทนที่จะได้รับประโยชน์จากการกินเนื้อหมูนั่นเอง หลังจากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณะสุข น่าจะเข้ามาตรวจสอบร้านหมูกะทะแห่งนี้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

อุทาหรณ์ของคนเลี้ยงลูกด้วยมือถือ

        ยังคงเป็นปัญหากันอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับปัญหาการติดเกมของเด็กไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือแม้แต่เด็กวัยรุ่นก็ตามซึ่งหลายคนที่ถูกเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆช่วยพ่อแม่ปล่อยให้เล่นโทรศัพท์มือถือและให้เล่นเกมโดยไม่มีการห้ามปรามหรือจำกัดชั่วโมงในการเล่นนั้นส่งผลให้เด็กหลายๆคนพบปัญหาการติดเกมซึ่งอย่างที่เคยมีการประชาสัมพันธ์กันอยู่หลายครั้งว่าการปล่อยให้เด็กเล่นเกมอย่างเดียวโดยไม่ไปทำอย่างอื่นเลยนั้นเมื่อเด็กมีอาการติดเกมส์จะทำให้เด็กมีอารมณ์รุนแรงฉุนเฉียว

  และเด็กจะเป็นโรคสมาธิสั้นหนึ่งในนั้นคือเด็กชายวัย 15 ปีคนหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้โดยมีคลิปจากทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พยายามช่วยเหลือเด็กชายให้ขึ้นมาจากบ่อน้ำเนื่องจากเด็กชายคนดังกล่าวโกรธพ่อและแม่ที่ห้ามไม่ให้นำเงินไปเติมเกมในมือถือโดยเมื่อวันที่ 25 เดือนมีนาคมปี 2563 ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งให้มาช่วยเหลือเด็กที่กระโดดลงไปในน้ำโดยในบ่อน้ำนั้นมีความลึกอยู่ประมาณ 1.3 เมตร

ซึ่งที่จริงแล้วเด็กก็ไม่ได้จมน้ำแต่อย่างใดเนื่องจากว่าเด็กอายุ 15 ปีและมีความสูงมากแล้วแต่ว่าเด็กไม่ยอมขึ้นมาจากน้ำและพ่อแม่ก็ไม่สามารถเรียกร้องเอาเด็กขึ้นมาจากน้ำได้เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงก็พยายามเกลี้ยกล่อมแต่สุดท้ายแล้วยังไงเด็กก็ไม่ยอมที่จะขึ้นมาจากน้ำโดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดตราดเมื่อเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงแม่ของเด็กจึงต้องยอมตามใจเด็กด้วยการซื้อการ์ดเติมเงินเพื่อเอามาเติมเกมแล้วนำมาล่อลูกชายให้ขึ้นมาจากน้ำ

ซึ่งในที่สุดเด็กชายอายุ 15 ปีก็ขึ้นมาจากน้ำจนได้หลังจากที่แม่ได้นำบัตรเติมเกมมาให้เลยแม่ของเด็กได้เล่าอาการของเด็กให้ฟังว่าเด็กชายมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นและเป็นเด็กซึมเศร้ามาตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันก็ยังต้องกินยารักษาโรคในวันเกิดเหตุนั้นพบว่าแม่ให้เงินเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในการซื้อขนมกินแต่เด็กนำเงินดังกล่าวไปซื้อบัตรเติมเกมหมดทำให้พ่อที่รู้เรื่องจึงตีลูกไป 1 ครั้ง

เพื่อเป็นการสั่งสอนแต่เด็กชายกลับไม่พอใจและวาดรูปปลาคาบของใส่พ่อหลังจากนั้นก็วิ่งหายออกจากบ้านไปโดยตะโกนว่าอยากจะไปตายนิสัยแบบนี้แม่ของเด็กแล้วว่าเด็กคนนี้มักจะทำเป็นประจำไม่รู้ของตนเองเป็นเด็กพิเศษแล้วยังมีอาการอื่นแทรกเข้าไปด้วยทำให้คนในบ้านมักจะตามใจจึงทำให้เวลาถูกขัดใจแล้วมักจะเรียกร้องความสนใจด้วยการฆ่าตัวตายหลังจากที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยด้วยช่วยเหลือเด็กให้ขึ้นมาจากบ่อน้ำแล้วผู้ปกครองของเด็กต่างก็พากันปลอบใจเด็กเป็นเด็กสามารถส่งสติอารมณ์ได้แล้วจึงได้นำตัวเด็กไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

     จะเห็นได้ว่ามือถือมีส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กชายคนนี้มีพฤติกรรมก้าวร้าวเพราะถึงแม้ว่าเด็กน้อยจะเป็นเด็กพิเศษแต่หากพ่อแม่เลี้ยงดูด้วยการเอาใจใส่อย่างดีแล้วไม่ปล่อยให้เล่นมือถือมากเกินไปถึงจะเป็นเด็กพิเศษก็จะไม่มีนิสัยก้าวร้าวแบบนี้ดังนั้น จะนิสัยยังไงก็คือต้องโทษการเลี้ยงดูของพ่อแม่

 

สนับสนุนโดย    ufabet

ประวัติความเป็นมาของแคน

แคนเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของทางภาคอีสาน เป็นเครื่องดนตรีที่ใช่ปากเป่าให้เกิดเสียง และเป็นที่นิยมของคนทั่วไปเพราะมีมาช้านานตั้งแต่โบราณมาถึงปัจจุบัน และยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแคน ว่าใครเป็นผู้คิดค้นเครื่องดนตรีชนิดนี้

ประวัติความเป็นมา

ได้มีการเล่าต่อกันมาว่า เมื่อนานมาแล้วได้มีนายพรานคนหนึ่งได้เดินทางเข้าป่าเพื่อไปล่าสัตว์มาเลี้ยงครอบครัว แล้วเกิดไปได้ยินเสียงนกการเวกตัวหนึ่งร้อง  เสียงของนกการเวกนั้นเพราะจับใจนายพรานยิ่งนัก เมื่อได้กลับออกมาจากป่า จึงได้เล่าเรื่องนกการเวกตัวนี้ให้แก่ ชาวบ้านฟัง หนึ่งในนั้นได้มีหม้ายสาวคนหนึ่ง ที่ได้ฟังเรื่องราวแล้วอยากจะได้ยินเสียงนกการเวกตัวนั้นมาก และได้ไปขอร้องให้นายพรานพาตนนั้นเข้าป่าไปด้วย เพราะอยากฟังเสียงของนกการเวกเหลือเกิน วันรุ่งขึ้นนายพรานจึงยอมพาหม้ายสาวคนนั้นไปด้วย

ครั้นพอมาถึงในป่าตรงจุดที่บริเวณเหล่านกการเวกนั่นอยู่ พวกนกการเวกก็ได้ร้องส่งเสียงตามปกติของมัน นายพรานจึงบอกหม้ายสาวให้เงียบๆแล้วคอยเงี่ยหูฟังนกการเวกร้องให้ดี เมื่อหม้ายสาวได้ฟังเสียงนกที่ไพเราะจับใจจนเกิดอาการหลงใหล และบ่นกับตัวเองว่าจะทำยังไงถึงจะได้ยินเสียงนกร้องแบบนี้ตลอดไปได้ ครั้นจะอยู่ที่นี่ก็ลำบากไม่มีข้าวปลาอาหาร จึงได้คัดสินใจว่าจะทำดนตรีขึ้นมาให้มีเสียงไพเราะจับใจแบบนกการเวกนี้ให้ได้ เมื่อหม้ายสาวได้เดินทางออกจากป่ากลับมายังบ้านก็ได้ลงมือทำเครื่องดนตรี ทั้งดีด สี ตี เป่า ก็ยังไม่มีเสียวดนตรีไหนที่จะเพราะเท่าเสียงของนกการเวกได้เลย

แต่นางก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะทำในที่สุดนางได้ไปตัดไม้ไผ่ต้นเล็กๆแล้วลองมาทำเป็นเครื่องเป่า แล้วแก้นั้น แก้นี้จนในที่สุดนางก็ได้เสียงคล้ายนกการเวกตัวนั้นจนได้และนางก็ได้ฝึกเป่าทำนองเพลงต่างจนชำชอง และนางจึงได้ขอเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าปเสนเมื่อถึงวันเข้าเฝ้านางก็ได้ฝึกซ้อมเป็นอย่างดี เมื่อเข้าเฝ้านางก็ได้ทำการแสดงเครื่องดนตรีด้วยทำนองที่นางฝึกมา แล้วถามว่า

เพราะไหมเจ้าค่ะ พระเจ้าปเสนบอกว่า พอฟังได้ แล้วนางก็เล่นจนจบเพลงสุดท้าย แล้วพระเจ้าปเสนก็บอกว่า แคนแด่ (แปลว่า ครั้งนี้ดีขึ้นหน่อย) แล้วถามท่านว่าควรเรียกดนตรีชนิดนี้ว่าอาไร ท่านจึงบอกว่าแคนก็แล้วกันเป็นคำสุดท้ายที่เราบอกเจ้าเมื่อครู่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการเรียกเครื่องดนตรีที่นางทำขึ้นมาว่าแคน มาจนถึงทุกสันนี้

 

สนับสนุนโดย  ufabet