พบมิชชันนารี ข่มขืนเด็ก 4 คน ช็อกหนักเมื่อรู้ว่าเมียก็รู้เรื่องแต่ไม่พูด

         มีอะไรงานข่าวที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่ประเทศ เคนย่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นสามารถจับกุมสามีภรรยาคู่หนึ่งได้โดยสามีภรรยาคู่นี้นั้นเป็นมิชชั่นนารีที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาในประเทศเคนยาและแน่นอนว่าในคาบของมิชลินดีนั้นพวกเขาแสดงตัวเป็นคนดีด้วยการรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามาไว้ในอุปการะหลายคนแต่อย่างไรก็ตามมารร้ายในคราบมิชชันนารีก็ถูกจับกุมได้ในที่สุดเมื่อมีรายงานข่าวว่าภรรยาของมิชชันนารีคนดังกล่าวได้พาเด็กจำนวน 4 คนไป

ทำการฝังยาคุมกำเนิดคลินิกแห่งหนึ่งทำให้รุนแรงขึ้นมาเมื่อคุณหมอมีความสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของสามีภรรยาคู่นี้หลังจากที่เรื่องแดงขึ้นมาแล้วที่มีการตรวจสอบพบว่าเด็กที่ถูกกระทำการถูกทางมิชชันนารีหนังข่มขืนอายุต่ำสุดเพียงแค่ 11 ปีเท่านั้นและเด็กต่อมานั้นก็อายุ 12 ปีและ 13 ปีตามลำดับ

ซึ่งในการที่ทาง มิชชันนารีได้มีการข่มขืนเด็กในอุปการะของตนเองนั้นเป็นข่าวที่มีการยืนยันระหว่างภรรยาของเขานั้นรู้เห็นเหตุการณ์แทบทั้งสิ้นและเป็นคนที่พาเด็กไปคุมกำเนิดเพราะไม่ต้องการให้เด็กนั้นเกิดท้องขึ้นมาในเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมสองสามีภรรยาคู่นี้และมีการสืบประวัติมาก็พบว่าทั้งคู่นี้มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรงหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของการทำร้ายร่างกายหรือแม้แต่เรื่องของการทารุณกรรมทางเพศก็ตามซึ่งประวัติของพวกเขาเหล่านั้นมีการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อนำมาพบกับความผิดที่ได้กล่าวเอาไว้สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปีพศ 2551

มือสองสามีภรรยาคู่นี้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศเคนยาและตั้งตนเองเป็นมิชชันนารีค่อยเปิดเผยแพร่พระพุทธศาสนารวมถึงคอยรักตัวเองเด็กที่ด้อยโอกาสและเด็กกำพร้าพวกเขาหนังใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเคนยามานานหลายปีเลยทีเดียวกว่าพี่จะมีคนจับได้ว่าเท่านั้นเป็นแค่นักบุญในคราบซาตานเท่านั้นเพราะในปีพศ 2560 ในช่วงประมาณเดือนกันยายนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถรู้ความจริงว่าพวกเขานั้น

รับเลี้ยงเด็กเอาไว้เพื่อที่ต้องการที่จะเอาเด็กไว้ข่มขืนเท่านั้นเองซึ่งก่อนหน้าที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมสองสามีภรรยาคู่นี้ได้เพราะได้มีการเดินทางไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลังจากที่เขาทราบเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของเด็กถูกข่มขืนแต่อย่างไรก็ตาม 2สามีภรรยานั้นไหวตัวทันก่อนจึงได้พากันหลบหนีมาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ซึ่งทางการของเคนยาก็ได้มีการส่งเอกสารตามตัวให้ทั้งคู่นั้นไปรับโทษที่ประเทศเคนยาแต่อย่างไรก็ตามทั้งคู่ได้มีการปฏิเสธความผิดของตนเองโดยบอกว่าพวกเขานั้นถูกใส่ร้ายในที่สุดแล้วฉันก็สั่งเราก็เขานั้นมีความผิดจริง

 

สนับสนุนโดย  เวปยูฟ่าเบท