รวบหัวหน้าแก๊งอายุแค่ 14 ปี

ข่าวตำรวจจังหวัดอุดรจับแก๊งขายยาบ้าได้ หัวหน้าแก๊งอายุแค่ 14 ปี

           จาการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดอุดรธานี มีการแถลงจับกุมแก๊งค้ายาไอซ์ได้จำนวน 3 คนและทั้งหมดเป็นแค่เพียงเยาวชนที่สำคัญหัวหน้าแก๊งยังอายุแค่เพียง 14 ปีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เล่าให้ฟังว่าแก๊งที่จับได้นี้ชื่อว่าแก๊งฟันน้ำนม เพราะทุกคนอายุไม่เกิน 18 ปีซึ่งยังเป็นเยาวชนกันทุกคน โดยมีนายสไปร์ท เป็นเจ้าของยาไอซ์และยาบ้า ซึ่งทางเจ้าหน้าทีตำรวจได้ไปตามจับนายสไปร์ทแล้ว แต่นายสไปร์ทหนีไปได้

สำหรับประวัติของเด็กชายโด่งหัวหน้าแก๊งฟันน้ำนมนั้น พบว่าพ่อของนายโด่งเป็นเพื่อนกับนายสไปร์ท ซึ่งนายโด่งอยู่กับปุ่และย่า เพราะพ่อนายโด่งไปทำงานที่ต่างประเทศได้บอกให้นายสไบร์ทช่วยมาดูแลลูกชายแทน จึงทำให้เด็กชายโด่งได้รู้จักกับนายสไปร์ทและถูกชักชวนให้มาขายยาดังกล่าว นอกจากเยาวชนทั้งสามคนจะขายยาแล้วทั้งสามคนยังเสพยาเองอีกด้วย

           ซึ่งจากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่าสังคมไทยเสื่อมโทรมแค่ไหน และผู้ใหญ่แทนที่จะเป็นคนที่สอนสิ่งที่ดีให้กับเด็กๆ กับทำร้ายเด็กๆด้วยการมอบสิ่งที่ไม่ดีให้ ทั้งสอนให้เสพยาและขายยา ซึ่งผลตอบแทนที่เด็กๆได้ไม่ได้มากมายอะไรนัก ถ้าเทียบกับการต้องเสียอนาคต ต้องไปอยู่ที่สถานพินิจ ปัจจุบันพบว่ายาเสพติดระบาดแถบจะทุกพื้นที่ของประเทศ

มีทั้งคนเสพและคนขายเต็มไปหมดทั้งที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เยอะแต่ไม่สามารรถจะปราบผู้ที่ทำผิดกฎหมายเหล่านี้ได้ ก่อนหน้านี้เมื่อสมัยนายทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการปราบปรามเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างจริงจัง จนแทบไม่รู้สึกเลยว่ามีการเสพและขาย แต่ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ยาเสพติด ยาบ้า ยาไอซ์ และยาอะไรต่อมิอะไรมากมาย มีเข้ามาจนล้นเมือง จากเดิมที่ราคาหลักร้อยปัจจุบันสามารถหาซื้อยาบ้าได้ในราคาหลักหน่วยเท่านั้นเอง ที่เป็นแบบนี้

เพราะรัฐบาลไม่ได้เอาจริงกับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด รัฐบาลรุ่นนายกทักษิณเมื่อจับยาบ้ามาได้ก็มีการนำมาเผาโชว์ให้ประชาชนได้เห็นออกบทลงโทษที่รุนแรงให้คนที่คิดจะขายหรือเสพกลัว แต่สำหรับปัจจุบันนั้น มีข่าวว่าจับยาได้แต่ไม่เคยเห็นหลักฐานเลยว่ายาที่จับได้เอาไปทำลายที่ไหนอย่างไร และบางครั้งเวลาตำรวจแถลงการณ์ว่ามีการจับแก๊งขายยาได้ ก็เป็นตำรวจ ทหาร หรืออดีตตำรวจ อดีตทหารที่เอายาบ้ามาขายเสียเอง แล้วแบบนี้ยาเสพติดจะหมดไปจากประเทศไทยได้อย่างไร