โจรฉลาดฆ่าคนตายแล้วใส่ร้ายเพื่อนบ้านหวังให้ถูกจับแทน 

         จากกรณีที่เมื่อวานนี้มีข่าวพบศพหญิงสาวคนหนึ่งถูกฆ่าเสียชีวิตภายในบ้านพักโดยข้างๆศพยังพบลูกสาววัยสองขวบกำลังเรียกแม่ให้มาเล่นด้วยซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 02:00 นโดยบ้านหลังดังกล่าวมีคนอยู่ด้วยกัน 4 คนและเป็นผู้หญิงทั้งหมดคนที่มาพบศพคนแรกคือแม่ของผู้เสียชีวิตซึ่งนางเล่าให้ฟังว่าช่วงเวลา 1:00 นางออกไปกรีดยางและลูกสาวพร้อมกับน้องสาวนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

ซึ่งคาดการณ์กันว่าคนร้ายน่าจะปีนหน้าต่างเข้ามาแล้วผู้เสียชีวิตออกมาเจอพอดีจึงได้เกิดการต่อสู้กันขึ้นทำให้คนร้ายใช้ไขควงแทงผู้เสียชีวิตจนถึงแก่ความตายซึ่งคนร้ายได้เงินไปประมาณ 5,000 บาทจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีเพื่อนบ้านหลายคนได้ให้ข้อมูลว่าในช่วงเวลา 2:00 นถึง 3:00 นนั้นได้ยินเสียงหมาเห่าแต่ก็ไม่มีใครสงสัยอะไรเพราะถนนเส้นนี้มีคนเข้าออกอยู่บ่อยครั้ง

และหมาก็มักจะเห่าหอนอยู่ตลอดเวลาอีกครั้งไม่มีใครได้ยินเสียงเอะอะโวยวายร้องขอความช่วยเหลือเลยอีกครั้งที่นี่ก็ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการฆ่ากันตายมาก่อนแต่ที่น่าตกใจก็คือมีเพื่อนบ้านคนนึงบอกกับนักข่าวว่าเองมีการซักผ้าทิ้งเอาไว้และตากไว้หลังบ้านแต่เมื่อดูอีกครั้งหนึ่งมีรอยเลือดติดอยู่ที่บริเวณเสื้อผ้าเพื่อนบ้านคนดังกล่าวจึงได้มีการแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากคิดว่าโจรที่ฆ่าหญิงสาวน่าจะต้องการป้ายความผิดมาที่เพื่อนบ้าน

จึงได้นำเลือดมาป้ายที่เสื้อหวังจะให้ตำรวจนำไปเป็นหลักฐานในการจับกุมโดยในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเสื้อของกลางรวมถึงมาตรวจ DNA ของเจ้าของเสื้อเรียบร้อยแล้วฝ่ายสามีของผู้เสียชีวิตเองก็บอกว่าตนเองไม่ค่อยได้อยู่กับภรรยานะเพราะต้องทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯแต่ในคืนเกิดเหตุช่วงเวลา 22:00 น

ก็ยังโทรคุยกับระยะตามปกติลูกค้ามาทราบข่าวว่าภรรยาเสียชีวิตแล้วก็รู้สึกชอบเป็นอย่างมากต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนในชุมชนนี้กันเป็นอย่างมากเพราะที่นี่ไม่เคยมีเหตุร้ายมาก่อนจะมีก็แค่มีการลักเล็กขโมยน้อยแต่ไม่เคยทำอันตรายกันถึงขนาดเสียชีวิต

โดยทางสามีของผู้เสียชีวิตมีการสันนิษฐานว่าภรรยาของตนน่าจะออกมาเห็นขณะที่คนร้ายกำลังค้นหาทรัพย์สินอยู่พอดีและภรรยาเป็นคนที่ไม่ยอมคนจึงน่าจะนำไขควงออกมาเพื่อต่อสู้กับคนร้ายจึงทำให้คนร้ายใช้ไขควงแทงจนเสียชีวิต ส่วนลูกสาววัยสองขวบก็ร้องไห้หาแม่ตลอดเวลา

 

สนับสนุนโดย  จีคลับ สล็อต มือถือ

ชาวบ้านช่วยคนจะกระโดดฆ่าตัวตายสาเหตุมาจากอะไรกับแฟนหนุ่ม

         ที่จังหวัดชลบุรีมีชาวบ้านคนหนึ่งได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังจะกระโดดสะพานลอยที่หน้าอมตะนิคม City โชคดีที่เขาสามารถช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวได้ทัน

          เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563 ถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนจะกระโดดสะพานลอยให้มาตรวจสอบอย่างที่เกิดเหตุซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณสะพานลอยหน้านิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ว่านหางจระเข้ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวช่วยเหลือจากชาวบ้านที่มาเห็นเหตุการณ์ผ่านพอดีแต่หลังจากที่ช่วยเหลือลงมาจากสะพานลอยแล้ว

เมื่อสอบถามอะไรไปหญิงสาวคนดังกล่าวก็พูดจาไม่รู้เรื่องเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียวเท่านั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการพยายามเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวคนดังกล่าวสงบสติอารมณ์ซึ่งระหว่างนั้นเองก็ได้มีผู้ชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาและได้มีการจอดเพื่อพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมีการบอกว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นแฟนสาวของเขาเองซึ่งก่อนที่หญิงสาวจะมากระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตายนั้น

เอาแล้วแฟนสาวได้ทะเลาะกันค่อนข้างรุนแรงหลังจากนั้นแฟนสาวก็ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากห้องพักซึ่งเขาเองไม่รู้ว่าแฟนสาวจะออกมากระโดดสะพานลอยแต่ก็ได้มีการขับรถออกมาตามเพราะว่าเห็นออกมานานแล้วซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการเชิญตัวทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวไปที่สถานีตำรวจเพื่อให้พูดคุยเจรจาตกลงกัน

       เพียงแค่ทะเลาะกับแฟนก็ต้องมาคิดสั้นฆ่าตัวตายซึ่งแท้จริงแล้วหากมีการกระโดดลงไปอาจจะมาคิดได้ภายหลังก็ได้ว่าไม่สมควรทำเพราะการทะเลาะกันเป็นเรื่องเพียงแค่น้อยเท่านั้นหากเปรียบเทียบกับคนอื่นที่มีปัญหามากดังนั้นเราควรจะรักตนเองให้มากไม่ควรคิดสั้นฆ่าตัวตายถึงแม้ว่าเราตายผู้ชายก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากอาจจะร้องไห้แค่วันสองวันก็เลิกร้องหลังจากนั้นเขาก็จะมีคนใหม่

ซึ่งเท่ากับว่าเราได้ฆ่าตัวตายฟรีดังนั้นหญิงสาวคนไหนก็ตามที่มีแฟนแล้วถูกแฟนทำร้ายจิตใจ  ให้รักกันเองให้มากจะได้ไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะเชื่อเถอะว่าไม่มีใครรักเราเท่ากับตัวเราเอง  แถมการที่มาคิดสั้นด้วยการกระโดดสะพานลอยแบบนี้ยังเดือดร้อนคนอื่นเขาไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นกู้ภัยที่ต้องมาเก็บศพ   หรือแม้แต่คนที่มาช่วยหญิงสาวไม่ให้กระโดดสะพานลอย หากพลาดพลั้งไปเขาอาจจะตกตามไปด้วยก็ได้ และหากหญิงสาวตกลงไปตายจริงๆก็เดือดร้อนคนอื่นเขา เพราะเขาคงจะกลัว ผีสะพานลอยอีกแน่นอน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming เข้าสู่ระบบ

เกือบมีเรื่องชกต่อยกัน

เกือบมีเรื่องชกต่อยกัน เมื่อคนที่อยากจะเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต ต้องขอเอกสารเพิ่มโดยไม่ได้มีการบอก่อนล่วงหน้า

        เมื่อวันที่ 1 เดือนพฤษภาคม ปีพ. ศ. 2563 ชาวบ้านที่มีการเดินทางไปทำงานยังจังหวัดอื่นๆที่ไม่ใช่บ้านเกิดต่างก็เริ่มทยอยกันพาตัวเองกลับสู่บ้านเกิดและภูมิลำเนาของตนเองเนื่องจากว่าส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องของการถูกเลิกจ้างงานและไม่มีงานทำทำให้ไม่มีเงินในการเลี้ยงชีพเป็นค่าใช้จ่ายทั้งในเรื่องของค่าเช่าห้องค่ากินค่าอยู่อย่างนั้นเมื่อสิ้นเดือนเมษายนมีการสิ้นสุดการล็อคดาวน์ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องรีบเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง

แต่ในขณะเดียวกันได้มีข้อมูลออกมาจากทางรัฐบาลเกี่ยวกับการเดินทางว่าหากจะมีการเดินทางไปยังจังหวัดอื่นนั้นจะต้องมีการขอเอกสารการเดินทางและจะต้องมีการผ่านทางจากจุดคัดกรองของจังหวัดก่อนซึ่งปัญหาเกิดขึ้นเมื่อที่จังหวัดภูเก็ตประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาทำงานที่จังหวัดภูเก็ตต่างก็อยากจะกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองจึงได้พากันเดินทางไปยังจุดคัดกรองเพื่อที่จะเดินทางออกจากเมืองภูเก็ตเพื่อไปยังจังหวัดบ้านเกิดของตนเองซึ่งมีจำนวนชาวบ้านที่ต้องการที่จะออกจากจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมากโดยรวมแล้วมีการรอคิวอยู่เกือบถึง 1000 คิวเลยทีเดียว

ทำให้การคัดกรองเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะนอกจากจะต้องมีการตรวจวัดไข้แล้วยังต้องมีการกรอกเอกสารการขอหนังสือเดินทางเพื่อที่จะได้ไปยื่นยังจังหวัดที่จะเข้าไปด้วยและระหว่างที่ชาวบ้านกำลังเข้าแถวเพื่อยื่นเอกสารการขอออกนอกพื้นที่อยู่นั้นปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ได้มาติดต่อกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดโดยมีการแจ้งว่าจะต้องให้คนที่อยากเดินทางออกนอกจังหวัดภูเก็ตไปทำเรื่องขอเอกสารเพิ่มเติม

ซึ่งเป็นเอกสารการรับรองว่าได้มีการกักตนเองอยู่ในจังหวัดภูเก็ตครบ 14 วันแล้วเพื่อนำไปยื่นระหว่างทางที่จะมีการข้ามจังหวัดต่างๆด้วยซึ่งทำให้ประชาชนต่างก็ไม่พอใจเพราะการขอเอกสารต่างๆต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อยก็ต้อง 1 วันดังนั้นถ้าหากพวกเขาต้องไปต่อแถวเพื่อรอการขอเอกสารอีกพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องนอนพักอยู่ในจังหวัดภูเก็ตอีกซึ่งหลายคนบอกว่าได้มีการยกเลิกการเช่าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นถ้าหากพวกเขาจะต้องรอเอกสารและไม่สามารถออกจากจังหวัดภูเก็ตได้พวกเขาก็จะไม่มีที่นอนซึ่งหลายคนตอนนี้ไม่มีเงินในการซื้ออาหารหรือแม้จะเช่าห้องพักแล้วดังนั้นจึงทำให้ชาวบ้านต่างก็โวยวายและเกือบที่จะมีเรื่องชกต่อยกับทางเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยตรงบริเวณดังกล่าว จนในที่สุดก็มีผู้บังคับบัญชาการเข้ามาช่วยเหลือด้วยการเข้ามาพูดคุยกับชาวบ้านว่าให้ช่วยกรอกเอกสารเพิ่มเติม

ให้เท่านั้นเราก็ให้เดินผ่านเครื่องสแกนอุณหภูมิหลังจากนั้นก็ให้เอาเอกสารไปยื่นกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อทำเรื่องขอพิจารณาการออกจังหวัดภูเก็ตเพิ่มเติมจึงทำให้ชาวบ้านเริ่มสงบลงและทำตามขั้นตอนตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ชาวโซเชี่ยวร่วมมือถือการแชร์ภาพ สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรโรคจิต หวังตามจับกุมตัวมาให้รับโทษให้ได้

          กลายเป็นกระแสที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ที่มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้น และเมื่อมีการสอบสวนลึกลงไปพบว่าคนที่ก่อเหตุฆาตกรรมในครั้งนี้คือ นาย สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากการได้รับการอภัยโทษ

ซึ่งก่อนหน้านี้นายสมคิดถูกจับติดคุกถึง 14 ปีจากคดีฆ่าคนตายถึง 5 ศพ ซึ่งข่าวของฆาตกรโรคจิตรายนี้ หลายฝ่ายให้ความสนใจเป็นอย่างมากและที่สำคัญทุกคนต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัว นายสมคิด พุ่มพวงมาดำเนินคดีให้ได้สักที เพราะทุกคนห่วงความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว เนื่องจากนายสมคิด พุ่มพวงมีการฆ่าคนตายมาแล้วหลายคนและเข้าไม่ได้เกรงกลัวต่อการถูกตำรวจจับ

ดังนั้นชาวโซเชี่ยวจึงพากันร่วมใจให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามหาตัว นายสมคิด พุ่มพวงให้เจอให้ได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกุมภวาปี ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ได้มีการลงโพสต์ข้อความให้พลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสให้ด้วย สามารถโทรแจ้งที่ สภ. กุมภวาปี เบอร์โทร 042-334464   ซึ่งตอนนี้นอกจากจะได้รับความร่วมมือจากเหล่านักสืบโซเชี่ยวเป็นอย่างดีแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังติดตามเบาะแสของฆาตกรรายนี้จากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆอีกด้วย

          เป็นอีกครั้งที่ทุกคนในสังคม ร่วมมือร่วมใจกันในการติดตามหาตัวฆาตกรมาลงโทษให้ได้เพราะ ฆาตกรรายนี้มีนิสัยใจคอโหดเหี้ยมเกินคน เพราะเขาไม่ได้ฆ่าคนแค่คนเดียว แต่เหยื่อรายล่าสุดเป็นคนที่ 6 แล้วที่ถูกฆ่า ดังนั้น เราจึงไม่ควรปล่อยให้คนอย่างนาย สมคิด พุ่มพวงแฝงตัวอยู่รวมกับคนอื่นๆในสังคม เพราะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตของคนทุกคน ไม่ใช่ว่าสังคมจะไม่ให้โอกาสคนที่อาจจะทำผิดเผลอฆ่าคนอื่นตายแบบไม่ได้ตั้งใจมีหลายคนถูกจับเพราะเรื่องนี้เมื่อถูกปล่อยตัวออกมาจากคุกก็สามารถกลับมาอยู่กับคนอื่นๆในสังคม

และใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ แต่กับฆาตกรรายนี้ ไม่เหมือนกัน การกระทำของเขาแสดงถึงความผิดปกติทางด้านอารมณ์และจิตใจ เราอาจจะไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าเขาฆ่ากันตายเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ คนเราที่จิตใจปกติจะต้องรู้สึกเกรงกลัวต่อบาป เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแล้วผิด แต่ฆาตกรคนนี้ไม่ได้รู้สีกว่าการฆ่าคนเป็นความผิดเลย เขายังมีการฆ่าคนอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าจะเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมา ดังนั้น ทุกคนต้องร่วมมือกันในการให้เบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมตัว ฆาตกรรายนี้ให้เอาตัวมาลงโทษให้ได้

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

สี่ชายโฉดรุมโทรมสัตวแพทย์สาวเสียชีวิต

         ในประเทศอินเดียในตอนนี้นอกจากข่าวเศรษฐกิจตกต่ำจนคนจบปริญญาตรีต้องสมัครงานเป็นคนทำความสะอาดแล้ว ข่าวที่ดังอีกข่าวในรอบหลายวันที่ผ่านมานี้คงหนีไม่พ้นข่าวการเดินประท้วงตามท้องถนนออกมาเรียกร้องให้มีการประหารคนร้าย 4 คนที่ก่อคดีข่มขืนแล้วฆ่าสัตวแพทย์สาว โดยเหตุเกิดในคืนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

โดยสัตวแพทย์สาวได้เลิกงานกำลังจะกลับบ้านในขณะที่ขี่รถมอเตอร์ไซด์กำลังจะกลับบ้านนั้น ยางรถเกิดรั่วไม่สามารถไปต่อได้ สัตวแพทย์สาวจึงได้โทรกลับไปบอกน้องสาวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้เล่าให้น้องสาวฟังด้วยว่าบริเวณที่อยู่มีกลุ่มคนขับรถบรรทุกจอดรถอยู่ด้วยและกลุ่มคนเหล่านี้อาสาที่จะช่วยเธอเปลี่ยนยางรถ แต่น้องสาวเธอแนะนำให้เธอทิ้งรถแล้วเดินออกไปเรียกแท็กซี่กลับบ้านแทน ซึ่งในขณะที่เธอกำลังทำตามนั้น กลุ่มคนขับรถบรรทุกทั้งสี่คนก็วิ่งเข้ามาฉุดเธอและลากพาเธอไปรุมโทรมและบีบคอเธอจนเสียชีวิต หลังจากนั้น แก๊งชายโฉดได้นำร่างของเธอไปจุดไฟเผาไว้ที่ใต้สะพาน

ห่างจากจุดที่รถมอเตอร์ไซด์เธอจอดทิ้งไว้ประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างที่เธอกำลังโดนฉุดไปนั้นทางด้านน้องสาวของเธอก็ได้โทรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว มีคนมาพบศพของสัตวแพทย์สาวอนาคตไกลเสียชีวิตในเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ซึ่งไม่มีใครจำเธอได้เลย เพราะศพถูกเผาไหม้จนดำ แต่ทั้งพ่อแม่และน้องสาวของเธอต่างก็จำเธอกันได้เพราะล็อกเก็ตที่ห้อยอยู่ที่คอของโดย โดยเธอมักจะสวมล็อกเก็ตอันนี้ติดตัวเป็นประจำครอบครัวของสัตวแพทย์สาว ทั้งแม่และน้องสาว ต่างก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยพวกเธอกล่าวว่าเพราะตำรวจทำงานช้า น้องสาวของสัตวแพทย์ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจที่หนึ่งแต่ตำรวจกลับบอกให้ไปแจ้งความอีกทีหนึ่งและพวกตรวจไม่ยอมทำอะไรเลยจนสายเกินไป  ทั้งนี้มีรายงานข่าวมาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนได้แล้ว โดยทั้งหมดให้การยอมรับและตอนนี้ถูกขังอยู่ในเรือนจำ ผู้คนต่างพากันประท้วงเพื่อให้ทำการประหารนักโทษทั้งสี่คนนี้ที่ก่อคดีร้ายแรงเช่นนี้ 

            สำหรับประเทศอินเดียแล้ว เหตุการณ์ที่หญิงสาวถูกฉุดไปข่มขืน รุมโทรมไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งประเทศอินเดียถือว่าเป็นประเทศที่มีคดีความเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวจากข้อมูลแจ้งว่าสำหรับประเทศอินเดีย มีบันทึกเกี่ยวกับคดีความรุนทางเพศปีหนึ่งมากว่า 4 หมื่นคดี แต่จริงๆแล้วมีการคาดการณ์กันว่าน่าจะมีคดีแบบนี้มากกว่าที่บันทึกไว้ เนื่องจากบางครั้งเหยื่อที่ถูกกระทำก็ไม่กล้าที่จะแจ้งความเพราะกลัวความอับอายและไม่มั่นใจในการทำงานของตำรวจ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub slot ทดลองเล่น

ข่าวรถกระบะพุ่งชนรถเก๋งที่จอดรถขวางทางเข้าออก

          จากกรณีที่เจ้าของรถเก๋งได้มีการโพสต์ประจานคนขับรถกระบะว่าไม่มีมารยาท ไม่มีจิตสำนึกที่ดี เขาจอดรถเก๋งไว้หน้าบ้านของตัวเอง แต่เจ้าของรถกระบะที่บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามเจตนาขับรถกระบะมาชนรถของตัวเอง  ซึ่งในโพสต์ดังกล่าวต่างมีการพากันวิพากษ์วิจารณ์คนขับรถกระบะเป็นอย่างมาก ต่อมามีทางเพจดังได้มีการนำข้อมูลไลน์ของหมู่บ้านที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมาโพสต์โดยในไลน์จะเห็นได้ว่าทางเจ้าของรถกระบะได้มีการไลน์ไปในไลน์กลางของหมู่บ้านแจ้งให้เจ้าของรถเก๋งมาขยับรถให้แล้ว

แต่ทางคนขับรถเก๋งไม่ยอมมาขยับรถทำให้เจ้าของรถกระบะไม่พอใจ  จึงตั้งใจขับรถชนรถเก๋งตามที่ปรากฏในคลิปที่โพสต์  ซึ่งต่อมาทางเจ้าของรถเก๋งได้ออกมาชี้แจ้งว่าตนเองได้มีการไลน์แจ้งแล้วว่ากำลังจะไปเลือนรถให้แต่กระบะใจร้อนมาชนรถเก๋งซะก่อน แต่เมื่อชาวโซเชียวต่างมีการอ่านและตรวจสอบไลน์แล้ว พบว่าเวลาที่ทางเจ้าของรถกระบะส่งไปขอให้เลือนรถนั้น

เจ้าของรถกระบะรอนานเป็นชั่วโมงแล้วเจ้าของรถเก๋งก็ไม่มาเลื่อนรถสักทีจึงทำให้เกิดความไม่พอใจแล้วไปขับรถชนรถเก๋งที่จอด ซึ่งชาวโซเชียวต่างพากันหันกลับมาต่อว่าเจ้าของรถเก๋งมากมาย เพราะผิดที่เจ้าของรถเก๋งเองที่ไม่ยอมมาเลื่อนรถให้เขา ทั้งที่เขาแจ้งไปเป็นชั่วโมงแล้ว และที่สำคัญมีเพื่อนบ้านคนอื่นๆต่างพากันออกมาต่อว่าเจ้าของรถเก๋งที่จอดรถไว้หน้าบ้านตนเองทำให้ถนนเกิดความคับแคบ ขับรถสวนกันลำบาก

          จากข่าวเรื่องการจอดรถขวางทางกันนี้ไม่ใช่กรณีแรก และคิดว่าคงไม่ใช่กรณีสุดท้าย เพราะความเห็นแก่ตัวของคนบางคน การซื้อบ้านที่อยู่อาศัยปกติทางโครงการเขาทำที่จอดรถไว้ในบริเวณบ้านให้อยู่แล้ว แต่คนเหล่านี้กลับไม่จอดรถในบ้านตัวเอง กลับมาจอดข้างถนนหน้าบ้าน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านอื่นที่ต้องขับรถผ่านเป็นอย่างมาก อีกปัญหาคือบ้านที่ชอบเอากระถางต้นไม้มาปลูกวางขวางไว้ อันที่จริงแล้วพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นของส่วนกลางทุกคนไม่ควรนำทรัพย์สินของตัวเอง

มาวางขวางไว้ทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อน  หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการที่คุณจอดรถกีดขวางทางคนอื่นนั้นผิดกฎหมาย ตามรายละเอียดต่อไปนี้ คดีเจตนาขับรถชนท้าย มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 358 ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 6000บาท และถ้ามีการทำประกันไว้แล้วทางประกันมีการตรวจสอบพบว่าเป็นการเจตนาชน ทางประกันก็จะไม่รับผิดชอบกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้  

ส่วนคดีจอดรถขวางทางคนอื่น ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 397 ความผิดฐานข่มเหง คุกคาม รังแกผู้อื่น ทำให้เกิดความเดือดร้อนและอับอายมีโทษปรับไม่เกิน 5000 บาท  และที่สำคัญยังมีความผิดทางแพ่ง มาตรา 420 ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกเรื่องจอดรถกีดขวางทางเข้าออก อีกด้วยดังนั้นการอยู่ร่วมกันในสังคมหมู่มาก ไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดูบอล

แม่ตายในวันคล้ายวันเกิดลูก 4 ขวบ สามีเศร้า เห็นเมียตายไปต่อหน้า

      เมื่อวานนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนท้องถนนและเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเป็นอย่างมากมีชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นสามีภรรยากันขับรถเพื่อที่จะไปซื้อของมาจัดงานวันเกิดให้กับลูกอายุเพียงแค่ 4 ขวบเท่านั้นซึ่งระหว่างที่ฝ่ายหญิงขับรถและฝ่ายชายซ้อนท้ายมานั้นด้านหน้ามีรถเมล์จอดอยู่ทั้งผู้หญิงเองซึ่งต่อมาทราบชื่อว่าคุณแสงเดือนจึงได้ขับรถเบี่ยงทางขวาเพื่อที่จะได้แซงรถเมล์ที่จอดอยู่ตรงป้ายรถเมล์ได้ในขณะที่มีการเบี่ยงขึ้นขวามานั้นได้มีรถเก๋งคันสีขาวคันนึงขับเบียดเข้ามากินเลนของทางรถมอเตอร์ไซค์ของคุณแสงเดือนจึงเป็นเหตุให้คุณแสงเดือนรถล้มโดยสารเคมีกระเด็นไปตกอยู่ด้านข้างของรถเมล์แต่ตัวของคุณแสงเดือนนั้นกระเด็นเข้าไปใต้ล้อของรถเมล์   

ซึ่งจังหวะที่เกิดอุบัติเหตุนั้นคนขับรถเมล์มองไม่เห็นจึงได้ออกตัวรถเมล์เป็นเหตุให้รถทางด้านหลังที่อยู่โซนฝั่งขวาทับไปที่ศีรษะของคุณแสงเดือนจนเป็นเหตุให้คุณแสงเดือนเสียชีวิตทันทีซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนี้ในตอนแรกหลายคนโทษว่าเป็นความผิดของคนขับรถเมล์แต่จริงๆแล้วเมื่อมีการลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุและมีการสอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ให้การตรงกันว่าคนที่มีส่วนผิดก็คือรถเก๋งคันสีขาวที่วิ่งกินเลนมาเบียดรถมอเตอร์ไซค์ของคุณแสงเดือนจนเป็นสาเหตุให้รถของคุณแสงเดือนล้มลงและเกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดในครั้งนี้เกิดขึ้น  

เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรปราการซึ่งทางสามีของผู้เสียชีวิตได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าตั้งแต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคู่กรณีคนไหนเดินทางมารับผิดชอบหรือติดต่อเข้ามาหาสามีของผู้เสียชีวิตเลยไม่ว่าจะเป็นทางเจ้าหน้าที่ที่ขับรถมาเองหรือแม้แต่รถเก๋งคันสีขาวที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ  และที่สำคัญตอนนี้ลูกชายวัย 4 ขวบยังไม่รู้ว่าแม่ของตัวเองเสียชีวิตเลย เพราะเอาลูกไปฝากย่าเลี่้ยงไว้ที่ต่างจังหวัด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามคนขับรถเก่งคันสีขาว และรถเมย์ที่ขับทับร่างคนตาย มาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมาย

    อุบัติเหตุในครั้งนี้ได้สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัว  ครอบครัวหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักของครอบครัว  เด็กคนหนึ่งต้องไปเป็นกำพร้าเพราะการขับขี่รถอย่างประมาทของคนบนท้องถนนดังนั้นสิ่งนี้คืออุทาหรณ์ที่ทุกคนควรจะมีการระมัดระวังขณะขับขี่บนท้องถนนว่าให้ดูให้ดีก่อนที่จะมีการแซงซ้ายหรือแซงขวาก็ตามเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์  

ชายถูกฆ่าโหดกลางทุ่งนา

         ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนพบศพชายคนหนึ่งเสียชีวิตนอนตายกลางทุ่งนาซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุพบว่าชายคนดังกล่าวมีสภาพถูกมัดมือมัดเท้านอนคว่ำหน้าและมีลักษณะของการโดนของแข็งทุบเข้าที่หัวโดยศพพบห่างจากบ้านของผู้เสียชีวิตแค่เพียง 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งชายคนดังกล่าวชาวบ้านบอกว่าเป็นคนมีเงินในหมู่บ้าน เป็นชายอายุ 68 ปี 

และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปค้นที่บ้านของผู้ตายพบว่าข้าวของถูกค้นกระจัดกระจายเสียหายไปหมดซึ่งทางญาติพี่น้องของผู้ตายได้บอกว่าผู้ตายอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้คนเดียวและเป็นคนมีฐานะร่ำรวย ซึ่งอย่าเชื่อกันว่าคนที่ลงมือก่อเหตุน่าจะรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดีเพราะรู้ว่าผู้ตายอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวคนเดียวและเป็นคนมีทรัพย์สินโดยทุ่งนาที่ผู้ตายเสียชีวิตนั้นเป็นทุ่งนาของน้องสาวของผู้ตายเอง

ซึ่งบริเวณดังกล่าวเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจค้นหาหลักฐานก็พบไม้พายเรือเก่าๆถูกซุกอยู่ใต้กองฟาง ซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าไม้พายดังกล่าวอาจจะเป็นอาวุธในการฆ่า ได้เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตบอกว่าผู้ตายเป็นคนไม่สุงสิงกับเพื่อนบ้านจะมีแค่เพียงญาติพี่น้องเท่านั้นที่มาหาและในคืนเกิดเหตุก็ไม่ได้พบความผิดปกติหรือได้ยินเสียงอะไร

ส่วนทางด้านของผู้ตายที่มีการพูดคุยกับผู้ตายเป็นครั้งสุดท้ายนั้นได้บอกว่าในช่วงกลางคืนก่อนวันเกิดเหตุได้มีการพูดคุยโทรศัพท์กันช่วงประมาณ 20:00 นก็ไม่พบความผิดปกติอะไร ซึ่งช่วงที่มีการคุยนั้นทางผู้ตายเองก็บอกว่าได้ขึ้นมาบนบ้านแล้วดังนั้นแสดงว่าน่าจะมีใครก็ตามที่เป็นคนร้ายเรียกผู้ตายลงไปพบด้านล่างเพราะตอนที่คุยนั้นผู้ตายอยู่บนบ้านแล้วไม่ได้อยู่ด้านล่างแต่ว่าศพกลับไปพบอยู่ที่กลางทุ่งนาเบื้องต้นน้องสาวของผู้ตายให้การยืนยันว่าผู้ตายไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครเพราะอยู่คนเดียวและไม่เคยส่งเสียงกับใครมาก่อนบ้านที่อยู่ก็อยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นๆ

จึงไม่น่าจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องหาสาเหตุในการถูกฆาตกรรมครั้งนี้มาให้ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร  ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็กำลังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าจะไปสอบสวนจากช่องทางไหนเนื่องจากว่าผู้ตายไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครและอาวุธที่ก่อเหตุก็ไม่พบเพราะไม้พายที่พบงั้นก็ไม่มีคราบเลือดของผู้เสียชีวิตเลยแต่เบื้องต้นอาจจะต้องเริ่มสอบปากคำจากบรรดาคนใกล้เคียงของผู้ตายไปก่อนเพราะมั่นใจว่าน่าจะเป็นคนใกล้ตัวที่สามารถเรียกผู้ตายลงออกจากบ้านได้เพราะสภาพศพของผู้ตายไม่สวมเสื้อใส่เพียงกางเกงเท่านั้นแสดงว่าผู้ตายไม่ได้ตั้งใจจะเดินทางออกไปที่ไหน

ประวัติความเป็นมาของแคน

แคนเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของทางภาคอีสาน เป็นเครื่องดนตรีที่ใช่ปากเป่าให้เกิดเสียง และเป็นที่นิยมของคนทั่วไปเพราะมีมาช้านานตั้งแต่โบราณมาถึงปัจจุบัน และยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแคน ว่าใครเป็นผู้คิดค้นเครื่องดนตรีชนิดนี้

ประวัติความเป็นมา

ได้มีการเล่าต่อกันมาว่า เมื่อนานมาแล้วได้มีนายพรานคนหนึ่งได้เดินทางเข้าป่าเพื่อไปล่าสัตว์มาเลี้ยงครอบครัว แล้วเกิดไปได้ยินเสียงนกการเวกตัวหนึ่งร้อง  เสียงของนกการเวกนั้นเพราะจับใจนายพรานยิ่งนัก เมื่อได้กลับออกมาจากป่า จึงได้เล่าเรื่องนกการเวกตัวนี้ให้แก่ ชาวบ้านฟัง หนึ่งในนั้นได้มีหม้ายสาวคนหนึ่ง ที่ได้ฟังเรื่องราวแล้วอยากจะได้ยินเสียงนกการเวกตัวนั้นมาก และได้ไปขอร้องให้นายพรานพาตนนั้นเข้าป่าไปด้วย เพราะอยากฟังเสียงของนกการเวกเหลือเกิน วันรุ่งขึ้นนายพรานจึงยอมพาหม้ายสาวคนนั้นไปด้วย

ครั้นพอมาถึงในป่าตรงจุดที่บริเวณเหล่านกการเวกนั่นอยู่ พวกนกการเวกก็ได้ร้องส่งเสียงตามปกติของมัน นายพรานจึงบอกหม้ายสาวให้เงียบๆแล้วคอยเงี่ยหูฟังนกการเวกร้องให้ดี เมื่อหม้ายสาวได้ฟังเสียงนกที่ไพเราะจับใจจนเกิดอาการหลงใหล และบ่นกับตัวเองว่าจะทำยังไงถึงจะได้ยินเสียงนกร้องแบบนี้ตลอดไปได้ ครั้นจะอยู่ที่นี่ก็ลำบากไม่มีข้าวปลาอาหาร จึงได้คัดสินใจว่าจะทำดนตรีขึ้นมาให้มีเสียงไพเราะจับใจแบบนกการเวกนี้ให้ได้ เมื่อหม้ายสาวได้เดินทางออกจากป่ากลับมายังบ้านก็ได้ลงมือทำเครื่องดนตรี ทั้งดีด สี ตี เป่า ก็ยังไม่มีเสียวดนตรีไหนที่จะเพราะเท่าเสียงของนกการเวกได้เลย

แต่นางก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะทำในที่สุดนางได้ไปตัดไม้ไผ่ต้นเล็กๆแล้วลองมาทำเป็นเครื่องเป่า แล้วแก้นั้น แก้นี้จนในที่สุดนางก็ได้เสียงคล้ายนกการเวกตัวนั้นจนได้และนางก็ได้ฝึกเป่าทำนองเพลงต่างจนชำชอง และนางจึงได้ขอเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าปเสนเมื่อถึงวันเข้าเฝ้านางก็ได้ฝึกซ้อมเป็นอย่างดี เมื่อเข้าเฝ้านางก็ได้ทำการแสดงเครื่องดนตรีด้วยทำนองที่นางฝึกมา แล้วถามว่า

เพราะไหมเจ้าค่ะ พระเจ้าปเสนบอกว่า พอฟังได้ แล้วนางก็เล่นจนจบเพลงสุดท้าย แล้วพระเจ้าปเสนก็บอกว่า แคนแด่ (แปลว่า ครั้งนี้ดีขึ้นหน่อย) แล้วถามท่านว่าควรเรียกดนตรีชนิดนี้ว่าอาไร ท่านจึงบอกว่าแคนก็แล้วกันเป็นคำสุดท้ายที่เราบอกเจ้าเมื่อครู่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการเรียกเครื่องดนตรีที่นางทำขึ้นมาว่าแคน มาจนถึงทุกสันนี้

 

สนับสนุนโดย  ufabet

ประชาชนพอใจกระทรวงสาธารณะสุขวันแรก 

ปัจจุบันหน้ากากอนามัยกำลังเป็นที่ต้องการของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้มีปัญหาเรื่องของการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19  ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยกำลังขาดแคลนหน้ากากอนามัยเป็นอย่างมาก วันนี้เป็นวันแรกที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน

เพื่อให้เอาไว้ใช้ใส่ป้องกันตัวเองไม่ให้ได้รับเชื้อไวรัส โดยมีการแจกให้ประชาชนคนละ 3 ชิ้นซึ่งตอนนี้จะมีการแจกให้ประชาชนที่หนึ่งแสนชิ้นก่อน  ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความพึงใจกับขั้นตอนการแจกหน้ากากอนามัยในครั้งนี้มากเพราะมีเจ้าหน้าที่มาคอยบริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน และยังไม่ต้องรอคิวนานอีกด้วย ทำให้ประชาชนเข้าใจถึงการใช้งานของหน้ากากได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าจะเป็นการลดความเสี่ยงในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้ดี

        สำหรับการแจกหน้ากากอนามัยนั้น ทางกระทรวงสาธารณะสุขได้มีการนำหน้ากากอนามัยออกมาแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่หน้ากระทรวงสาธารณะสุข โดยจะมีการแจ้งคนให้ละเพียงสามอันเท่านั้นและหากใครที่เดินทางมาเข้าแถวรับหน้ากากอนามัยและได้รับหน้ากากอนามัยเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการทำสัญลักษณ์เป็นการปั้มตราไว้ที่แขนของคนที่ได้หน้ากากอนามัยไปเพื่อจะได้แก้ปัญหาการแอบเดินเข้ามารับแจกหน้ากากอนามัยหลายรอบ และวันนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพราะประชาชนต่างก็พอใจที่ทางกระทรวงสาธารณะสุขมีขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบระเบียบ

ทำให้แต่ละคนไม่ต้องยืนต่อแถวรอกันนาน สำหรับการแจกหน้ากากอนามัยนั้นพรุ่งนี้ก็จะมีการแจกกันอีกครั้งที่กระทรวงสาธารณะสุขเช่นเดิม โดยจะมีการเริ่มแจกหน้ากากอนามัยตอนช่วงแปดโมงเช้าจนถึงเก้าโมงเช้าเท่านั้น  สำหรับประชาชนที่เข้ามารับการแจกหน้ากากอนามัยฟรีต่างก็ทราบข่าวจากทางทีวีแล้วก็พากันเดินทางมารับเลย หลายคนให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าการมารับแจกหน้ากากอนามัยในวันนี้เพราะไม่สามารถหาซื้อได้เลย เพราะที่มีขายอยู่ก็ราคาแพงจนไม่สามารถซื้อได้ ส่วนที่มารับหน้ากากอนามัยไปกัน

วันนี้พรุ่งนี้ก็จะไม่มาเพราะคนอื่นก็คงต้องการใช้เช่นกัน จึงไม่อยากเอาเปรียบใคร ส่วนการใช้งานก็จะใช้แล้วซักแล้วนำมาใช้ใหม่ก็ได้แล้ว สำหรับในช่วงนี้หน้ากากอนามัยค่อยข้างมีราคาแพง ดังนั้นหากใครสามารถลองทำดูได้ให้ลองผลิตหน้ากากอนามัยใช้เองชั่วคราวไปก่อนเป็นการป้องกันการรับเชื้อไวรัสเบื้องต้น ซึ่งขั้นตอนการทำนั้นไม่ยากเลย สามารถดูวิธีการทำหน้ากากอนามัยผ่านทางยูทูปได้ สำหรับการแจกหน้ากากอนามัยจะมีการแจ้งเพียงแค่วันละหนึ่งแสนชิ้นเท่านั้น