หนุ่มเครียดดิ่งคอนโด

ความเครียดเป็นเหตุทำชายหนุ่มเก็บตัวเงียบก่อนโดดคอนโด

          เมื่อวันที่ 24 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ช่วงเวลาประมาณ 9.00 นเจ้าหน้าที่ตำรวจสนหัวหมากได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนกระโดดคอนโดฆ่าตัวตายและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพร้อมกับกู้ภัยก็พบว่าร่างของผู้เสียชีวิตที่กระโดดลงมาจากตึกสูงนั้นไปค้างอยู่ตรงอาคารจอดรถชั้น 6 โดยลักษณะของศพนั้นเป็นผู้ชายใส่เพียงกางเกงขาสั้นสีดำภาพนอนจมกองเลือดและมีลักษณะร่างกายผิดรูปร่างเนื่องจากถูกกระแทกอย่างแรง

โดยสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นคอนโดแห่งหนึ่งอยู่แถวซอย รามคำแหง 2 ซึ่งคอนโดแห่งนี้มีความสูงถึง 33 ชั้นด้วยกันเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตโดดมาจากชั้นไหนการนำร่างผู้เสียชีวิตลงมานั้นค่อนข้างทุลักทุเลอย่างยิ่งเนื่องจากว่าต้องมีการให้ทางกู้ภัยโรยตัวเองลงมาจากบันไดหนีไฟชั้น 7 ลงมาที่ลานจอดรถชั้น 6 หลังจากนั้นก็นำผ้ามาห่อร่างผู้เสียชีวิตแล้วถูกร่างผู้เสียชีวิตยอดลงมาที่ชั้นล่างอีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งเบื้องต้นทางญาติของผู้เสียชีวิตขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้แจ้งชื่อผู้เสียชีวิตนั้นเป็นใครแต่ให้ข้อมูลคร่าวๆว่าผู้เสียชีวิตนั้นอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งนี้กับครอบครัวซึ่งมีพ่อแม่และน้องก่อนที่จะมีการเกิดเหตุนั้นผู้เสียชีวิตยังคงใช้ชีวิตกับครอบครัวตามปกติแต่มีลักษณะของอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากว่าผู้เสียชีวิตนั้นพึ่งตกงานโดยแต่ก่อนนั้นเขาทำงานอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิมีอาชีพเป็นคนขายสินค้าปลอดภาษีซึ่งหลังจากที่มีสถานการณ์ไวรัส

กรุณาเข้ามาก็ทำให้พนักงานที่บริเวณสุวรรณภูมิต่างได้รับผลกระทบด้วยกันหลายแผนกซึ่งในนั้นก็คือผู้เสียชีวิตเองสวยทั้งครอบครัวของผู้เสียชีวิตแจ้งว่าหลังจากที่มีต้องอยู่บ้านมาซักระยะหนึ่งก็ทำให้ผู้เสียชีวิตมีอาการเครียดเนื่องจากตั้งแต่หยุดงานมาชีวิตก็ไม่ได้เดินทางไปที่ไหนเลยมักจะขำตัวของตนเองอยู่แต่ในห้องตลอดเวลาแต่ก่อนที่จะมีการกระโดดลงไปนั้น

ผู้เสียชีวิตก็เพิ่งอาบน้ำเสร็จยังไม่ได้มีการแต่งตัวแต่อย่างใดหลังจากอาบน้ำแล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอนหลังจากนั้นก็พบว่ามีการกระโดดจากห้องที่พักลงไปเบื้องล่างซึ่งครอบครัวไม่ได้ติดใจสาเหตุการตายเนื่องจากทราบเบื้องต้นอยู่แล้วว่ามีความเครียด

          ในช่วงนี้มักจะพบข่าวคนคิดสั้นฆ่าตัวตายกันเยอะเพราะเกิดจากความเครียดคนตกงานไม่มีงานทำและหลายคนเครียดเพราะถูกกักบริเวณอยู่แต่ในบ้านซึ่งถ้าหากสถานการณ์ของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังไม่สามารถควบคุมได้อยู่แบบนี้อาจจะทำให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกหลายเหตุการณ์แน่นอนเพราะคน ส่วนใหญ่เริ่มมีความเครียดสะสมกันมากขึ้นทุกวัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

รัฐบาลประกาศเลื่อนวันหยุดในเดือนพฤษภาคมออกไป

รัฐบาลประกาศเลื่อนวันหยุดในเดือนพฤษภาคมออกไปยังไม่มีกำหนดชดเชยทำให้ Social ถึงกับร้อนระอุเลยทีเดียว

          มีการเข้าออกมาแล้วว่าในเดือนพฤษภาคมนี้ที่มีวันหยุดชดเชยหลายวันนั้นอาจจะมีการเลื่อนออกไปก่อนเนื่องจากว่าสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังอยู่ในช่วงของการที่ต้องควบคุมอย่างเข้มข้นดังนั้นรัฐบาลจึงได้มีการประกาศออกมาขอเลื่อนวันหยุดเลยออกไปซึ่งเมื่อมีข่าวออกมาแบบนี้ทำให้หลายคนที่ปัจจุบันนี้ยังต้องทำงานเกิดความรู้สึกไม่พอใจเนื่องจากว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องไปทำงานทุกวัน

ดังนั้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ภูเขาเฝ้ารอคอยกับทุกเรื่องออกไปนั้นทำให้หลายคนต้องออกมาพูดถึงเรื่องนี้กันเป็นอย่างมากทำให้กระแสดราม่าในโลกโซเชียลถึงกับร้อนระอุเลยทีเดียวโดยหลายคนมองว่าตนเองต้องไปทำงานในทุกๆวันซึ่งก็หวังว่าวันหยุดชดเชยจะได้มีโอกาสพักผ่อนอยู่ที่บ้านเหมือนกับคนอื่นบ้างแต่เมื่อรัฐบาลออกมาประกาศแบบนี้พวกเขาก็ต้องออกไปทำงานตามปกติ

ซึ่งมันไม่แฟร์กับพวกเขาเลยอีกทั้งรัฐบาลเองก็ยังไม่ได้ออกมาอธิบายเพิ่มเติมว่าหากมีการเลื่อนวันหยุดชดเชยออกไปแล้วจะมาชดเชยให้พวกเขาได้หยุดอีกทีเมื่อไหร่ซึ่งหลายคนบอกว่าการที่มีการประกาศเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์นั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ตามแต่การที่เขาสามารถหยุดพักผ่อนอยู่ที่บ้านก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่พวกเขาต้องการเหมือนกันโดยในเดือนพฤษภาคม ปี 2563 นี้

มีวันหยุดหลายวันด้วยกันทั้งในวันแรงงานแห่งชาติ   วันฉัตรมงคล   วันวิสาขบูชาและยังมีวันพืชมงคลซึ่งรวมวันหยุดแล้วมีมากถึง 4 วันด้วยกันทำให้คนที่ปัจจุบันยังมีงานทำอยู่ต่างก็อยากได้วันหยุดนักขัตฤกษ์เหล่านี้มาเป็นวันหยุดที่ให้ตนเองได้หยุดพักผ่อนอยู่บ้าน ซึ่งหลายคนถึงแม้ว่าจะทำงานอยู่ที่บ้านตามโครงการWork from homeก็จริงแต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยืนยันว่าเมื่ออยู่ที่บ้านเขาก็ต้องทำงานเหมือนกับเขาเดินทางไปออฟฟิศเหมือนกัน

ดังนั้นการที่พวกเขาได้รับวันหยุดนักขัตฤกษ์แสดงว่าเขาต้องอยู่ที่บ้านเฉยๆโดยที่เขาไม่ต้องทำงานนั้นถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งที่พวกเขาต้องการได้ในขณะนี้ ซึ่งชาว Social มองว่าก่อนหน้านี้เดือนเมษายนที่รัฐบาลประกาศวันหยุดสงกรานต์ให้เลื่อนออกไปก่อนนั้นทุกคนเข้าใจได้เพราะวันดังกล่าวจะมีคนออกมาร่วมสนุกกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแต่วันหยุดในเดือนพฤษภาคมนี้เป็นวันหยุดที่ทุกคนสามารถพักผ่อนอยู่ที่บ้านได้จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยอยากให้ลองนึกถึงใจคนทำงานบ้างที่ต้องการอยากนอนสบายๆในวันหยุด

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน ufabet

โจรฉลาดฆ่าคนตายแล้วใส่ร้ายเพื่อนบ้านหวังให้ถูกจับแทน 

         จากกรณีที่เมื่อวานนี้มีข่าวพบศพหญิงสาวคนหนึ่งถูกฆ่าเสียชีวิตภายในบ้านพักโดยข้างๆศพยังพบลูกสาววัยสองขวบกำลังเรียกแม่ให้มาเล่นด้วยซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 02:00 นโดยบ้านหลังดังกล่าวมีคนอยู่ด้วยกัน 4 คนและเป็นผู้หญิงทั้งหมดคนที่มาพบศพคนแรกคือแม่ของผู้เสียชีวิตซึ่งนางเล่าให้ฟังว่าช่วงเวลา 1:00 นางออกไปกรีดยางและลูกสาวพร้อมกับน้องสาวนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

ซึ่งคาดการณ์กันว่าคนร้ายน่าจะปีนหน้าต่างเข้ามาแล้วผู้เสียชีวิตออกมาเจอพอดีจึงได้เกิดการต่อสู้กันขึ้นทำให้คนร้ายใช้ไขควงแทงผู้เสียชีวิตจนถึงแก่ความตายซึ่งคนร้ายได้เงินไปประมาณ 5,000 บาทจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีเพื่อนบ้านหลายคนได้ให้ข้อมูลว่าในช่วงเวลา 2:00 นถึง 3:00 นนั้นได้ยินเสียงหมาเห่าแต่ก็ไม่มีใครสงสัยอะไรเพราะถนนเส้นนี้มีคนเข้าออกอยู่บ่อยครั้ง

และหมาก็มักจะเห่าหอนอยู่ตลอดเวลาอีกครั้งไม่มีใครได้ยินเสียงเอะอะโวยวายร้องขอความช่วยเหลือเลยอีกครั้งที่นี่ก็ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการฆ่ากันตายมาก่อนแต่ที่น่าตกใจก็คือมีเพื่อนบ้านคนนึงบอกกับนักข่าวว่าเองมีการซักผ้าทิ้งเอาไว้และตากไว้หลังบ้านแต่เมื่อดูอีกครั้งหนึ่งมีรอยเลือดติดอยู่ที่บริเวณเสื้อผ้าเพื่อนบ้านคนดังกล่าวจึงได้มีการแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากคิดว่าโจรที่ฆ่าหญิงสาวน่าจะต้องการป้ายความผิดมาที่เพื่อนบ้าน

จึงได้นำเลือดมาป้ายที่เสื้อหวังจะให้ตำรวจนำไปเป็นหลักฐานในการจับกุมโดยในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเสื้อของกลางรวมถึงมาตรวจ DNA ของเจ้าของเสื้อเรียบร้อยแล้วฝ่ายสามีของผู้เสียชีวิตเองก็บอกว่าตนเองไม่ค่อยได้อยู่กับภรรยานะเพราะต้องทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯแต่ในคืนเกิดเหตุช่วงเวลา 22:00 น

ก็ยังโทรคุยกับระยะตามปกติลูกค้ามาทราบข่าวว่าภรรยาเสียชีวิตแล้วก็รู้สึกชอบเป็นอย่างมากต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนในชุมชนนี้กันเป็นอย่างมากเพราะที่นี่ไม่เคยมีเหตุร้ายมาก่อนจะมีก็แค่มีการลักเล็กขโมยน้อยแต่ไม่เคยทำอันตรายกันถึงขนาดเสียชีวิต

โดยทางสามีของผู้เสียชีวิตมีการสันนิษฐานว่าภรรยาของตนน่าจะออกมาเห็นขณะที่คนร้ายกำลังค้นหาทรัพย์สินอยู่พอดีและภรรยาเป็นคนที่ไม่ยอมคนจึงน่าจะนำไขควงออกมาเพื่อต่อสู้กับคนร้ายจึงทำให้คนร้ายใช้ไขควงแทงจนเสียชีวิต ส่วนลูกสาววัยสองขวบก็ร้องไห้หาแม่ตลอดเวลา

 

สนับสนุนโดย  จีคลับ สล็อต มือถือ

ชาวบ้านช่วยคนจะกระโดดฆ่าตัวตายสาเหตุมาจากอะไรกับแฟนหนุ่ม

         ที่จังหวัดชลบุรีมีชาวบ้านคนหนึ่งได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังจะกระโดดสะพานลอยที่หน้าอมตะนิคม City โชคดีที่เขาสามารถช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวได้ทัน

          เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563 ถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนจะกระโดดสะพานลอยให้มาตรวจสอบอย่างที่เกิดเหตุซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณสะพานลอยหน้านิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ว่านหางจระเข้ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวช่วยเหลือจากชาวบ้านที่มาเห็นเหตุการณ์ผ่านพอดีแต่หลังจากที่ช่วยเหลือลงมาจากสะพานลอยแล้ว

เมื่อสอบถามอะไรไปหญิงสาวคนดังกล่าวก็พูดจาไม่รู้เรื่องเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียวเท่านั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการพยายามเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวคนดังกล่าวสงบสติอารมณ์ซึ่งระหว่างนั้นเองก็ได้มีผู้ชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาและได้มีการจอดเพื่อพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมีการบอกว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นแฟนสาวของเขาเองซึ่งก่อนที่หญิงสาวจะมากระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตายนั้น

เอาแล้วแฟนสาวได้ทะเลาะกันค่อนข้างรุนแรงหลังจากนั้นแฟนสาวก็ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากห้องพักซึ่งเขาเองไม่รู้ว่าแฟนสาวจะออกมากระโดดสะพานลอยแต่ก็ได้มีการขับรถออกมาตามเพราะว่าเห็นออกมานานแล้วซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการเชิญตัวทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวไปที่สถานีตำรวจเพื่อให้พูดคุยเจรจาตกลงกัน

       เพียงแค่ทะเลาะกับแฟนก็ต้องมาคิดสั้นฆ่าตัวตายซึ่งแท้จริงแล้วหากมีการกระโดดลงไปอาจจะมาคิดได้ภายหลังก็ได้ว่าไม่สมควรทำเพราะการทะเลาะกันเป็นเรื่องเพียงแค่น้อยเท่านั้นหากเปรียบเทียบกับคนอื่นที่มีปัญหามากดังนั้นเราควรจะรักตนเองให้มากไม่ควรคิดสั้นฆ่าตัวตายถึงแม้ว่าเราตายผู้ชายก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากอาจจะร้องไห้แค่วันสองวันก็เลิกร้องหลังจากนั้นเขาก็จะมีคนใหม่

ซึ่งเท่ากับว่าเราได้ฆ่าตัวตายฟรีดังนั้นหญิงสาวคนไหนก็ตามที่มีแฟนแล้วถูกแฟนทำร้ายจิตใจ  ให้รักกันเองให้มากจะได้ไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะเชื่อเถอะว่าไม่มีใครรักเราเท่ากับตัวเราเอง  แถมการที่มาคิดสั้นด้วยการกระโดดสะพานลอยแบบนี้ยังเดือดร้อนคนอื่นเขาไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นกู้ภัยที่ต้องมาเก็บศพ   หรือแม้แต่คนที่มาช่วยหญิงสาวไม่ให้กระโดดสะพานลอย หากพลาดพลั้งไปเขาอาจจะตกตามไปด้วยก็ได้ และหากหญิงสาวตกลงไปตายจริงๆก็เดือดร้อนคนอื่นเขา เพราะเขาคงจะกลัว ผีสะพานลอยอีกแน่นอน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming เข้าสู่ระบบ

เกือบมีเรื่องชกต่อยกัน

เกือบมีเรื่องชกต่อยกัน เมื่อคนที่อยากจะเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต ต้องขอเอกสารเพิ่มโดยไม่ได้มีการบอก่อนล่วงหน้า

        เมื่อวันที่ 1 เดือนพฤษภาคม ปีพ. ศ. 2563 ชาวบ้านที่มีการเดินทางไปทำงานยังจังหวัดอื่นๆที่ไม่ใช่บ้านเกิดต่างก็เริ่มทยอยกันพาตัวเองกลับสู่บ้านเกิดและภูมิลำเนาของตนเองเนื่องจากว่าส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องของการถูกเลิกจ้างงานและไม่มีงานทำทำให้ไม่มีเงินในการเลี้ยงชีพเป็นค่าใช้จ่ายทั้งในเรื่องของค่าเช่าห้องค่ากินค่าอยู่อย่างนั้นเมื่อสิ้นเดือนเมษายนมีการสิ้นสุดการล็อคดาวน์ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องรีบเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง

แต่ในขณะเดียวกันได้มีข้อมูลออกมาจากทางรัฐบาลเกี่ยวกับการเดินทางว่าหากจะมีการเดินทางไปยังจังหวัดอื่นนั้นจะต้องมีการขอเอกสารการเดินทางและจะต้องมีการผ่านทางจากจุดคัดกรองของจังหวัดก่อนซึ่งปัญหาเกิดขึ้นเมื่อที่จังหวัดภูเก็ตประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาทำงานที่จังหวัดภูเก็ตต่างก็อยากจะกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองจึงได้พากันเดินทางไปยังจุดคัดกรองเพื่อที่จะเดินทางออกจากเมืองภูเก็ตเพื่อไปยังจังหวัดบ้านเกิดของตนเองซึ่งมีจำนวนชาวบ้านที่ต้องการที่จะออกจากจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมากโดยรวมแล้วมีการรอคิวอยู่เกือบถึง 1000 คิวเลยทีเดียว

ทำให้การคัดกรองเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะนอกจากจะต้องมีการตรวจวัดไข้แล้วยังต้องมีการกรอกเอกสารการขอหนังสือเดินทางเพื่อที่จะได้ไปยื่นยังจังหวัดที่จะเข้าไปด้วยและระหว่างที่ชาวบ้านกำลังเข้าแถวเพื่อยื่นเอกสารการขอออกนอกพื้นที่อยู่นั้นปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ได้มาติดต่อกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดโดยมีการแจ้งว่าจะต้องให้คนที่อยากเดินทางออกนอกจังหวัดภูเก็ตไปทำเรื่องขอเอกสารเพิ่มเติม

ซึ่งเป็นเอกสารการรับรองว่าได้มีการกักตนเองอยู่ในจังหวัดภูเก็ตครบ 14 วันแล้วเพื่อนำไปยื่นระหว่างทางที่จะมีการข้ามจังหวัดต่างๆด้วยซึ่งทำให้ประชาชนต่างก็ไม่พอใจเพราะการขอเอกสารต่างๆต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อยก็ต้อง 1 วันดังนั้นถ้าหากพวกเขาต้องไปต่อแถวเพื่อรอการขอเอกสารอีกพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องนอนพักอยู่ในจังหวัดภูเก็ตอีกซึ่งหลายคนบอกว่าได้มีการยกเลิกการเช่าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นถ้าหากพวกเขาจะต้องรอเอกสารและไม่สามารถออกจากจังหวัดภูเก็ตได้พวกเขาก็จะไม่มีที่นอนซึ่งหลายคนตอนนี้ไม่มีเงินในการซื้ออาหารหรือแม้จะเช่าห้องพักแล้วดังนั้นจึงทำให้ชาวบ้านต่างก็โวยวายและเกือบที่จะมีเรื่องชกต่อยกับทางเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยตรงบริเวณดังกล่าว จนในที่สุดก็มีผู้บังคับบัญชาการเข้ามาช่วยเหลือด้วยการเข้ามาพูดคุยกับชาวบ้านว่าให้ช่วยกรอกเอกสารเพิ่มเติม

ให้เท่านั้นเราก็ให้เดินผ่านเครื่องสแกนอุณหภูมิหลังจากนั้นก็ให้เอาเอกสารไปยื่นกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อทำเรื่องขอพิจารณาการออกจังหวัดภูเก็ตเพิ่มเติมจึงทำให้ชาวบ้านเริ่มสงบลงและทำตามขั้นตอนตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ชาวโซเชี่ยวร่วมมือถือการแชร์ภาพ สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรโรคจิต หวังตามจับกุมตัวมาให้รับโทษให้ได้

          กลายเป็นกระแสที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ที่มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้น และเมื่อมีการสอบสวนลึกลงไปพบว่าคนที่ก่อเหตุฆาตกรรมในครั้งนี้คือ นาย สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากการได้รับการอภัยโทษ

ซึ่งก่อนหน้านี้นายสมคิดถูกจับติดคุกถึง 14 ปีจากคดีฆ่าคนตายถึง 5 ศพ ซึ่งข่าวของฆาตกรโรคจิตรายนี้ หลายฝ่ายให้ความสนใจเป็นอย่างมากและที่สำคัญทุกคนต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัว นายสมคิด พุ่มพวงมาดำเนินคดีให้ได้สักที เพราะทุกคนห่วงความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว เนื่องจากนายสมคิด พุ่มพวงมีการฆ่าคนตายมาแล้วหลายคนและเข้าไม่ได้เกรงกลัวต่อการถูกตำรวจจับ

ดังนั้นชาวโซเชี่ยวจึงพากันร่วมใจให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามหาตัว นายสมคิด พุ่มพวงให้เจอให้ได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกุมภวาปี ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ได้มีการลงโพสต์ข้อความให้พลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสให้ด้วย สามารถโทรแจ้งที่ สภ. กุมภวาปี เบอร์โทร 042-334464   ซึ่งตอนนี้นอกจากจะได้รับความร่วมมือจากเหล่านักสืบโซเชี่ยวเป็นอย่างดีแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังติดตามเบาะแสของฆาตกรรายนี้จากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆอีกด้วย

          เป็นอีกครั้งที่ทุกคนในสังคม ร่วมมือร่วมใจกันในการติดตามหาตัวฆาตกรมาลงโทษให้ได้เพราะ ฆาตกรรายนี้มีนิสัยใจคอโหดเหี้ยมเกินคน เพราะเขาไม่ได้ฆ่าคนแค่คนเดียว แต่เหยื่อรายล่าสุดเป็นคนที่ 6 แล้วที่ถูกฆ่า ดังนั้น เราจึงไม่ควรปล่อยให้คนอย่างนาย สมคิด พุ่มพวงแฝงตัวอยู่รวมกับคนอื่นๆในสังคม เพราะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตของคนทุกคน ไม่ใช่ว่าสังคมจะไม่ให้โอกาสคนที่อาจจะทำผิดเผลอฆ่าคนอื่นตายแบบไม่ได้ตั้งใจมีหลายคนถูกจับเพราะเรื่องนี้เมื่อถูกปล่อยตัวออกมาจากคุกก็สามารถกลับมาอยู่กับคนอื่นๆในสังคม

และใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ แต่กับฆาตกรรายนี้ ไม่เหมือนกัน การกระทำของเขาแสดงถึงความผิดปกติทางด้านอารมณ์และจิตใจ เราอาจจะไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าเขาฆ่ากันตายเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ คนเราที่จิตใจปกติจะต้องรู้สึกเกรงกลัวต่อบาป เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแล้วผิด แต่ฆาตกรคนนี้ไม่ได้รู้สีกว่าการฆ่าคนเป็นความผิดเลย เขายังมีการฆ่าคนอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าจะเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมา ดังนั้น ทุกคนต้องร่วมมือกันในการให้เบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมตัว ฆาตกรรายนี้ให้เอาตัวมาลงโทษให้ได้

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

สี่ชายโฉดรุมโทรมสัตวแพทย์สาวเสียชีวิต

         ในประเทศอินเดียในตอนนี้นอกจากข่าวเศรษฐกิจตกต่ำจนคนจบปริญญาตรีต้องสมัครงานเป็นคนทำความสะอาดแล้ว ข่าวที่ดังอีกข่าวในรอบหลายวันที่ผ่านมานี้คงหนีไม่พ้นข่าวการเดินประท้วงตามท้องถนนออกมาเรียกร้องให้มีการประหารคนร้าย 4 คนที่ก่อคดีข่มขืนแล้วฆ่าสัตวแพทย์สาว โดยเหตุเกิดในคืนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

โดยสัตวแพทย์สาวได้เลิกงานกำลังจะกลับบ้านในขณะที่ขี่รถมอเตอร์ไซด์กำลังจะกลับบ้านนั้น ยางรถเกิดรั่วไม่สามารถไปต่อได้ สัตวแพทย์สาวจึงได้โทรกลับไปบอกน้องสาวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้เล่าให้น้องสาวฟังด้วยว่าบริเวณที่อยู่มีกลุ่มคนขับรถบรรทุกจอดรถอยู่ด้วยและกลุ่มคนเหล่านี้อาสาที่จะช่วยเธอเปลี่ยนยางรถ แต่น้องสาวเธอแนะนำให้เธอทิ้งรถแล้วเดินออกไปเรียกแท็กซี่กลับบ้านแทน ซึ่งในขณะที่เธอกำลังทำตามนั้น กลุ่มคนขับรถบรรทุกทั้งสี่คนก็วิ่งเข้ามาฉุดเธอและลากพาเธอไปรุมโทรมและบีบคอเธอจนเสียชีวิต หลังจากนั้น แก๊งชายโฉดได้นำร่างของเธอไปจุดไฟเผาไว้ที่ใต้สะพาน

ห่างจากจุดที่รถมอเตอร์ไซด์เธอจอดทิ้งไว้ประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างที่เธอกำลังโดนฉุดไปนั้นทางด้านน้องสาวของเธอก็ได้โทรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว มีคนมาพบศพของสัตวแพทย์สาวอนาคตไกลเสียชีวิตในเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ซึ่งไม่มีใครจำเธอได้เลย เพราะศพถูกเผาไหม้จนดำ แต่ทั้งพ่อแม่และน้องสาวของเธอต่างก็จำเธอกันได้เพราะล็อกเก็ตที่ห้อยอยู่ที่คอของโดย โดยเธอมักจะสวมล็อกเก็ตอันนี้ติดตัวเป็นประจำครอบครัวของสัตวแพทย์สาว ทั้งแม่และน้องสาว ต่างก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยพวกเธอกล่าวว่าเพราะตำรวจทำงานช้า น้องสาวของสัตวแพทย์ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจที่หนึ่งแต่ตำรวจกลับบอกให้ไปแจ้งความอีกทีหนึ่งและพวกตรวจไม่ยอมทำอะไรเลยจนสายเกินไป  ทั้งนี้มีรายงานข่าวมาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนได้แล้ว โดยทั้งหมดให้การยอมรับและตอนนี้ถูกขังอยู่ในเรือนจำ ผู้คนต่างพากันประท้วงเพื่อให้ทำการประหารนักโทษทั้งสี่คนนี้ที่ก่อคดีร้ายแรงเช่นนี้ 

            สำหรับประเทศอินเดียแล้ว เหตุการณ์ที่หญิงสาวถูกฉุดไปข่มขืน รุมโทรมไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งประเทศอินเดียถือว่าเป็นประเทศที่มีคดีความเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวจากข้อมูลแจ้งว่าสำหรับประเทศอินเดีย มีบันทึกเกี่ยวกับคดีความรุนทางเพศปีหนึ่งมากว่า 4 หมื่นคดี แต่จริงๆแล้วมีการคาดการณ์กันว่าน่าจะมีคดีแบบนี้มากกว่าที่บันทึกไว้ เนื่องจากบางครั้งเหยื่อที่ถูกกระทำก็ไม่กล้าที่จะแจ้งความเพราะกลัวความอับอายและไม่มั่นใจในการทำงานของตำรวจ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub slot ทดลองเล่น

ข่าวรถกระบะพุ่งชนรถเก๋งที่จอดรถขวางทางเข้าออก

          จากกรณีที่เจ้าของรถเก๋งได้มีการโพสต์ประจานคนขับรถกระบะว่าไม่มีมารยาท ไม่มีจิตสำนึกที่ดี เขาจอดรถเก๋งไว้หน้าบ้านของตัวเอง แต่เจ้าของรถกระบะที่บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามเจตนาขับรถกระบะมาชนรถของตัวเอง  ซึ่งในโพสต์ดังกล่าวต่างมีการพากันวิพากษ์วิจารณ์คนขับรถกระบะเป็นอย่างมาก ต่อมามีทางเพจดังได้มีการนำข้อมูลไลน์ของหมู่บ้านที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมาโพสต์โดยในไลน์จะเห็นได้ว่าทางเจ้าของรถกระบะได้มีการไลน์ไปในไลน์กลางของหมู่บ้านแจ้งให้เจ้าของรถเก๋งมาขยับรถให้แล้ว

แต่ทางคนขับรถเก๋งไม่ยอมมาขยับรถทำให้เจ้าของรถกระบะไม่พอใจ  จึงตั้งใจขับรถชนรถเก๋งตามที่ปรากฏในคลิปที่โพสต์  ซึ่งต่อมาทางเจ้าของรถเก๋งได้ออกมาชี้แจ้งว่าตนเองได้มีการไลน์แจ้งแล้วว่ากำลังจะไปเลือนรถให้แต่กระบะใจร้อนมาชนรถเก๋งซะก่อน แต่เมื่อชาวโซเชียวต่างมีการอ่านและตรวจสอบไลน์แล้ว พบว่าเวลาที่ทางเจ้าของรถกระบะส่งไปขอให้เลือนรถนั้น

เจ้าของรถกระบะรอนานเป็นชั่วโมงแล้วเจ้าของรถเก๋งก็ไม่มาเลื่อนรถสักทีจึงทำให้เกิดความไม่พอใจแล้วไปขับรถชนรถเก๋งที่จอด ซึ่งชาวโซเชียวต่างพากันหันกลับมาต่อว่าเจ้าของรถเก๋งมากมาย เพราะผิดที่เจ้าของรถเก๋งเองที่ไม่ยอมมาเลื่อนรถให้เขา ทั้งที่เขาแจ้งไปเป็นชั่วโมงแล้ว และที่สำคัญมีเพื่อนบ้านคนอื่นๆต่างพากันออกมาต่อว่าเจ้าของรถเก๋งที่จอดรถไว้หน้าบ้านตนเองทำให้ถนนเกิดความคับแคบ ขับรถสวนกันลำบาก

          จากข่าวเรื่องการจอดรถขวางทางกันนี้ไม่ใช่กรณีแรก และคิดว่าคงไม่ใช่กรณีสุดท้าย เพราะความเห็นแก่ตัวของคนบางคน การซื้อบ้านที่อยู่อาศัยปกติทางโครงการเขาทำที่จอดรถไว้ในบริเวณบ้านให้อยู่แล้ว แต่คนเหล่านี้กลับไม่จอดรถในบ้านตัวเอง กลับมาจอดข้างถนนหน้าบ้าน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านอื่นที่ต้องขับรถผ่านเป็นอย่างมาก อีกปัญหาคือบ้านที่ชอบเอากระถางต้นไม้มาปลูกวางขวางไว้ อันที่จริงแล้วพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นของส่วนกลางทุกคนไม่ควรนำทรัพย์สินของตัวเอง

มาวางขวางไว้ทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อน  หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการที่คุณจอดรถกีดขวางทางคนอื่นนั้นผิดกฎหมาย ตามรายละเอียดต่อไปนี้ คดีเจตนาขับรถชนท้าย มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 358 ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 6000บาท และถ้ามีการทำประกันไว้แล้วทางประกันมีการตรวจสอบพบว่าเป็นการเจตนาชน ทางประกันก็จะไม่รับผิดชอบกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้  

ส่วนคดีจอดรถขวางทางคนอื่น ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 397 ความผิดฐานข่มเหง คุกคาม รังแกผู้อื่น ทำให้เกิดความเดือดร้อนและอับอายมีโทษปรับไม่เกิน 5000 บาท  และที่สำคัญยังมีความผิดทางแพ่ง มาตรา 420 ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกเรื่องจอดรถกีดขวางทางเข้าออก อีกด้วยดังนั้นการอยู่ร่วมกันในสังคมหมู่มาก ไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดูบอล

แม่ตายในวันคล้ายวันเกิดลูก 4 ขวบ สามีเศร้า เห็นเมียตายไปต่อหน้า

      เมื่อวานนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนท้องถนนและเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเป็นอย่างมากมีชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นสามีภรรยากันขับรถเพื่อที่จะไปซื้อของมาจัดงานวันเกิดให้กับลูกอายุเพียงแค่ 4 ขวบเท่านั้นซึ่งระหว่างที่ฝ่ายหญิงขับรถและฝ่ายชายซ้อนท้ายมานั้นด้านหน้ามีรถเมล์จอดอยู่ทั้งผู้หญิงเองซึ่งต่อมาทราบชื่อว่าคุณแสงเดือนจึงได้ขับรถเบี่ยงทางขวาเพื่อที่จะได้แซงรถเมล์ที่จอดอยู่ตรงป้ายรถเมล์ได้ในขณะที่มีการเบี่ยงขึ้นขวามานั้นได้มีรถเก๋งคันสีขาวคันนึงขับเบียดเข้ามากินเลนของทางรถมอเตอร์ไซค์ของคุณแสงเดือนจึงเป็นเหตุให้คุณแสงเดือนรถล้มโดยสารเคมีกระเด็นไปตกอยู่ด้านข้างของรถเมล์แต่ตัวของคุณแสงเดือนนั้นกระเด็นเข้าไปใต้ล้อของรถเมล์   

ซึ่งจังหวะที่เกิดอุบัติเหตุนั้นคนขับรถเมล์มองไม่เห็นจึงได้ออกตัวรถเมล์เป็นเหตุให้รถทางด้านหลังที่อยู่โซนฝั่งขวาทับไปที่ศีรษะของคุณแสงเดือนจนเป็นเหตุให้คุณแสงเดือนเสียชีวิตทันทีซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนี้ในตอนแรกหลายคนโทษว่าเป็นความผิดของคนขับรถเมล์แต่จริงๆแล้วเมื่อมีการลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุและมีการสอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ให้การตรงกันว่าคนที่มีส่วนผิดก็คือรถเก๋งคันสีขาวที่วิ่งกินเลนมาเบียดรถมอเตอร์ไซค์ของคุณแสงเดือนจนเป็นสาเหตุให้รถของคุณแสงเดือนล้มลงและเกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดในครั้งนี้เกิดขึ้น  

เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรปราการซึ่งทางสามีของผู้เสียชีวิตได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าตั้งแต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคู่กรณีคนไหนเดินทางมารับผิดชอบหรือติดต่อเข้ามาหาสามีของผู้เสียชีวิตเลยไม่ว่าจะเป็นทางเจ้าหน้าที่ที่ขับรถมาเองหรือแม้แต่รถเก๋งคันสีขาวที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ  และที่สำคัญตอนนี้ลูกชายวัย 4 ขวบยังไม่รู้ว่าแม่ของตัวเองเสียชีวิตเลย เพราะเอาลูกไปฝากย่าเลี่้ยงไว้ที่ต่างจังหวัด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามคนขับรถเก่งคันสีขาว และรถเมย์ที่ขับทับร่างคนตาย มาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมาย

    อุบัติเหตุในครั้งนี้ได้สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัว  ครอบครัวหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักของครอบครัว  เด็กคนหนึ่งต้องไปเป็นกำพร้าเพราะการขับขี่รถอย่างประมาทของคนบนท้องถนนดังนั้นสิ่งนี้คืออุทาหรณ์ที่ทุกคนควรจะมีการระมัดระวังขณะขับขี่บนท้องถนนว่าให้ดูให้ดีก่อนที่จะมีการแซงซ้ายหรือแซงขวาก็ตามเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์  

ชายถูกฆ่าโหดกลางทุ่งนา

         ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนพบศพชายคนหนึ่งเสียชีวิตนอนตายกลางทุ่งนาซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุพบว่าชายคนดังกล่าวมีสภาพถูกมัดมือมัดเท้านอนคว่ำหน้าและมีลักษณะของการโดนของแข็งทุบเข้าที่หัวโดยศพพบห่างจากบ้านของผู้เสียชีวิตแค่เพียง 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งชายคนดังกล่าวชาวบ้านบอกว่าเป็นคนมีเงินในหมู่บ้าน เป็นชายอายุ 68 ปี 

และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปค้นที่บ้านของผู้ตายพบว่าข้าวของถูกค้นกระจัดกระจายเสียหายไปหมดซึ่งทางญาติพี่น้องของผู้ตายได้บอกว่าผู้ตายอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้คนเดียวและเป็นคนมีฐานะร่ำรวย ซึ่งอย่าเชื่อกันว่าคนที่ลงมือก่อเหตุน่าจะรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดีเพราะรู้ว่าผู้ตายอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวคนเดียวและเป็นคนมีทรัพย์สินโดยทุ่งนาที่ผู้ตายเสียชีวิตนั้นเป็นทุ่งนาของน้องสาวของผู้ตายเอง

ซึ่งบริเวณดังกล่าวเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจค้นหาหลักฐานก็พบไม้พายเรือเก่าๆถูกซุกอยู่ใต้กองฟาง ซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าไม้พายดังกล่าวอาจจะเป็นอาวุธในการฆ่า ได้เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตบอกว่าผู้ตายเป็นคนไม่สุงสิงกับเพื่อนบ้านจะมีแค่เพียงญาติพี่น้องเท่านั้นที่มาหาและในคืนเกิดเหตุก็ไม่ได้พบความผิดปกติหรือได้ยินเสียงอะไร

ส่วนทางด้านของผู้ตายที่มีการพูดคุยกับผู้ตายเป็นครั้งสุดท้ายนั้นได้บอกว่าในช่วงกลางคืนก่อนวันเกิดเหตุได้มีการพูดคุยโทรศัพท์กันช่วงประมาณ 20:00 นก็ไม่พบความผิดปกติอะไร ซึ่งช่วงที่มีการคุยนั้นทางผู้ตายเองก็บอกว่าได้ขึ้นมาบนบ้านแล้วดังนั้นแสดงว่าน่าจะมีใครก็ตามที่เป็นคนร้ายเรียกผู้ตายลงไปพบด้านล่างเพราะตอนที่คุยนั้นผู้ตายอยู่บนบ้านแล้วไม่ได้อยู่ด้านล่างแต่ว่าศพกลับไปพบอยู่ที่กลางทุ่งนาเบื้องต้นน้องสาวของผู้ตายให้การยืนยันว่าผู้ตายไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครเพราะอยู่คนเดียวและไม่เคยส่งเสียงกับใครมาก่อนบ้านที่อยู่ก็อยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นๆ

จึงไม่น่าจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องหาสาเหตุในการถูกฆาตกรรมครั้งนี้มาให้ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร  ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็กำลังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าจะไปสอบสวนจากช่องทางไหนเนื่องจากว่าผู้ตายไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครและอาวุธที่ก่อเหตุก็ไม่พบเพราะไม้พายที่พบงั้นก็ไม่มีคราบเลือดของผู้เสียชีวิตเลยแต่เบื้องต้นอาจจะต้องเริ่มสอบปากคำจากบรรดาคนใกล้เคียงของผู้ตายไปก่อนเพราะมั่นใจว่าน่าจะเป็นคนใกล้ตัวที่สามารถเรียกผู้ตายลงออกจากบ้านได้เพราะสภาพศพของผู้ตายไม่สวมเสื้อใส่เพียงกางเกงเท่านั้นแสดงว่าผู้ตายไม่ได้ตั้งใจจะเดินทางออกไปที่ไหน