สี่ชายโฉดรุมโทรมสัตวแพทย์สาวเสียชีวิต

         ในประเทศอินเดียในตอนนี้นอกจากข่าวเศรษฐกิจตกต่ำจนคนจบปริญญาตรีต้องสมัครงานเป็นคนทำความสะอาดแล้ว ข่าวที่ดังอีกข่าวในรอบหลายวันที่ผ่านมานี้คงหนีไม่พ้นข่าวการเดินประท้วงตามท้องถนนออกมาเรียกร้องให้มีการประหารคนร้าย 4 คนที่ก่อคดีข่มขืนแล้วฆ่าสัตวแพทย์สาว โดยเหตุเกิดในคืนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

โดยสัตวแพทย์สาวได้เลิกงานกำลังจะกลับบ้านในขณะที่ขี่รถมอเตอร์ไซด์กำลังจะกลับบ้านนั้น ยางรถเกิดรั่วไม่สามารถไปต่อได้ สัตวแพทย์สาวจึงได้โทรกลับไปบอกน้องสาวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้เล่าให้น้องสาวฟังด้วยว่าบริเวณที่อยู่มีกลุ่มคนขับรถบรรทุกจอดรถอยู่ด้วยและกลุ่มคนเหล่านี้อาสาที่จะช่วยเธอเปลี่ยนยางรถ แต่น้องสาวเธอแนะนำให้เธอทิ้งรถแล้วเดินออกไปเรียกแท็กซี่กลับบ้านแทน ซึ่งในขณะที่เธอกำลังทำตามนั้น กลุ่มคนขับรถบรรทุกทั้งสี่คนก็วิ่งเข้ามาฉุดเธอและลากพาเธอไปรุมโทรมและบีบคอเธอจนเสียชีวิต หลังจากนั้น แก๊งชายโฉดได้นำร่างของเธอไปจุดไฟเผาไว้ที่ใต้สะพาน

ห่างจากจุดที่รถมอเตอร์ไซด์เธอจอดทิ้งไว้ประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างที่เธอกำลังโดนฉุดไปนั้นทางด้านน้องสาวของเธอก็ได้โทรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว มีคนมาพบศพของสัตวแพทย์สาวอนาคตไกลเสียชีวิตในเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ซึ่งไม่มีใครจำเธอได้เลย เพราะศพถูกเผาไหม้จนดำ แต่ทั้งพ่อแม่และน้องสาวของเธอต่างก็จำเธอกันได้เพราะล็อกเก็ตที่ห้อยอยู่ที่คอของโดย โดยเธอมักจะสวมล็อกเก็ตอันนี้ติดตัวเป็นประจำครอบครัวของสัตวแพทย์สาว ทั้งแม่และน้องสาว ต่างก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยพวกเธอกล่าวว่าเพราะตำรวจทำงานช้า น้องสาวของสัตวแพทย์ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจที่หนึ่งแต่ตำรวจกลับบอกให้ไปแจ้งความอีกทีหนึ่งและพวกตรวจไม่ยอมทำอะไรเลยจนสายเกินไป  ทั้งนี้มีรายงานข่าวมาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนได้แล้ว โดยทั้งหมดให้การยอมรับและตอนนี้ถูกขังอยู่ในเรือนจำ ผู้คนต่างพากันประท้วงเพื่อให้ทำการประหารนักโทษทั้งสี่คนนี้ที่ก่อคดีร้ายแรงเช่นนี้ 

            สำหรับประเทศอินเดียแล้ว เหตุการณ์ที่หญิงสาวถูกฉุดไปข่มขืน รุมโทรมไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งประเทศอินเดียถือว่าเป็นประเทศที่มีคดีความเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวจากข้อมูลแจ้งว่าสำหรับประเทศอินเดีย มีบันทึกเกี่ยวกับคดีความรุนทางเพศปีหนึ่งมากว่า 4 หมื่นคดี แต่จริงๆแล้วมีการคาดการณ์กันว่าน่าจะมีคดีแบบนี้มากกว่าที่บันทึกไว้ เนื่องจากบางครั้งเหยื่อที่ถูกกระทำก็ไม่กล้าที่จะแจ้งความเพราะกลัวความอับอายและไม่มั่นใจในการทำงานของตำรวจ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub slot ทดลองเล่น

ข่าวรถกระบะพุ่งชนรถเก๋งที่จอดรถขวางทางเข้าออก

          จากกรณีที่เจ้าของรถเก๋งได้มีการโพสต์ประจานคนขับรถกระบะว่าไม่มีมารยาท ไม่มีจิตสำนึกที่ดี เขาจอดรถเก๋งไว้หน้าบ้านของตัวเอง แต่เจ้าของรถกระบะที่บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามเจตนาขับรถกระบะมาชนรถของตัวเอง  ซึ่งในโพสต์ดังกล่าวต่างมีการพากันวิพากษ์วิจารณ์คนขับรถกระบะเป็นอย่างมาก ต่อมามีทางเพจดังได้มีการนำข้อมูลไลน์ของหมู่บ้านที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมาโพสต์โดยในไลน์จะเห็นได้ว่าทางเจ้าของรถกระบะได้มีการไลน์ไปในไลน์กลางของหมู่บ้านแจ้งให้เจ้าของรถเก๋งมาขยับรถให้แล้ว

แต่ทางคนขับรถเก๋งไม่ยอมมาขยับรถทำให้เจ้าของรถกระบะไม่พอใจ  จึงตั้งใจขับรถชนรถเก๋งตามที่ปรากฏในคลิปที่โพสต์  ซึ่งต่อมาทางเจ้าของรถเก๋งได้ออกมาชี้แจ้งว่าตนเองได้มีการไลน์แจ้งแล้วว่ากำลังจะไปเลือนรถให้แต่กระบะใจร้อนมาชนรถเก๋งซะก่อน แต่เมื่อชาวโซเชียวต่างมีการอ่านและตรวจสอบไลน์แล้ว พบว่าเวลาที่ทางเจ้าของรถกระบะส่งไปขอให้เลือนรถนั้น

เจ้าของรถกระบะรอนานเป็นชั่วโมงแล้วเจ้าของรถเก๋งก็ไม่มาเลื่อนรถสักทีจึงทำให้เกิดความไม่พอใจแล้วไปขับรถชนรถเก๋งที่จอด ซึ่งชาวโซเชียวต่างพากันหันกลับมาต่อว่าเจ้าของรถเก๋งมากมาย เพราะผิดที่เจ้าของรถเก๋งเองที่ไม่ยอมมาเลื่อนรถให้เขา ทั้งที่เขาแจ้งไปเป็นชั่วโมงแล้ว และที่สำคัญมีเพื่อนบ้านคนอื่นๆต่างพากันออกมาต่อว่าเจ้าของรถเก๋งที่จอดรถไว้หน้าบ้านตนเองทำให้ถนนเกิดความคับแคบ ขับรถสวนกันลำบาก

          จากข่าวเรื่องการจอดรถขวางทางกันนี้ไม่ใช่กรณีแรก และคิดว่าคงไม่ใช่กรณีสุดท้าย เพราะความเห็นแก่ตัวของคนบางคน การซื้อบ้านที่อยู่อาศัยปกติทางโครงการเขาทำที่จอดรถไว้ในบริเวณบ้านให้อยู่แล้ว แต่คนเหล่านี้กลับไม่จอดรถในบ้านตัวเอง กลับมาจอดข้างถนนหน้าบ้าน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านอื่นที่ต้องขับรถผ่านเป็นอย่างมาก อีกปัญหาคือบ้านที่ชอบเอากระถางต้นไม้มาปลูกวางขวางไว้ อันที่จริงแล้วพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นของส่วนกลางทุกคนไม่ควรนำทรัพย์สินของตัวเอง

มาวางขวางไว้ทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อน  หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการที่คุณจอดรถกีดขวางทางคนอื่นนั้นผิดกฎหมาย ตามรายละเอียดต่อไปนี้ คดีเจตนาขับรถชนท้าย มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 358 ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 6000บาท และถ้ามีการทำประกันไว้แล้วทางประกันมีการตรวจสอบพบว่าเป็นการเจตนาชน ทางประกันก็จะไม่รับผิดชอบกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้  

ส่วนคดีจอดรถขวางทางคนอื่น ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 397 ความผิดฐานข่มเหง คุกคาม รังแกผู้อื่น ทำให้เกิดความเดือดร้อนและอับอายมีโทษปรับไม่เกิน 5000 บาท  และที่สำคัญยังมีความผิดทางแพ่ง มาตรา 420 ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกเรื่องจอดรถกีดขวางทางเข้าออก อีกด้วยดังนั้นการอยู่ร่วมกันในสังคมหมู่มาก ไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดูบอล

แม่ตายในวันคล้ายวันเกิดลูก 4 ขวบ สามีเศร้า เห็นเมียตายไปต่อหน้า

      เมื่อวานนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนท้องถนนและเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเป็นอย่างมากมีชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นสามีภรรยากันขับรถเพื่อที่จะไปซื้อของมาจัดงานวันเกิดให้กับลูกอายุเพียงแค่ 4 ขวบเท่านั้นซึ่งระหว่างที่ฝ่ายหญิงขับรถและฝ่ายชายซ้อนท้ายมานั้นด้านหน้ามีรถเมล์จอดอยู่ทั้งผู้หญิงเองซึ่งต่อมาทราบชื่อว่าคุณแสงเดือนจึงได้ขับรถเบี่ยงทางขวาเพื่อที่จะได้แซงรถเมล์ที่จอดอยู่ตรงป้ายรถเมล์ได้ในขณะที่มีการเบี่ยงขึ้นขวามานั้นได้มีรถเก๋งคันสีขาวคันนึงขับเบียดเข้ามากินเลนของทางรถมอเตอร์ไซค์ของคุณแสงเดือนจึงเป็นเหตุให้คุณแสงเดือนรถล้มโดยสารเคมีกระเด็นไปตกอยู่ด้านข้างของรถเมล์แต่ตัวของคุณแสงเดือนนั้นกระเด็นเข้าไปใต้ล้อของรถเมล์   

ซึ่งจังหวะที่เกิดอุบัติเหตุนั้นคนขับรถเมล์มองไม่เห็นจึงได้ออกตัวรถเมล์เป็นเหตุให้รถทางด้านหลังที่อยู่โซนฝั่งขวาทับไปที่ศีรษะของคุณแสงเดือนจนเป็นเหตุให้คุณแสงเดือนเสียชีวิตทันทีซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนี้ในตอนแรกหลายคนโทษว่าเป็นความผิดของคนขับรถเมล์แต่จริงๆแล้วเมื่อมีการลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุและมีการสอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ให้การตรงกันว่าคนที่มีส่วนผิดก็คือรถเก๋งคันสีขาวที่วิ่งกินเลนมาเบียดรถมอเตอร์ไซค์ของคุณแสงเดือนจนเป็นสาเหตุให้รถของคุณแสงเดือนล้มลงและเกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดในครั้งนี้เกิดขึ้น  

เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรปราการซึ่งทางสามีของผู้เสียชีวิตได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าตั้งแต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคู่กรณีคนไหนเดินทางมารับผิดชอบหรือติดต่อเข้ามาหาสามีของผู้เสียชีวิตเลยไม่ว่าจะเป็นทางเจ้าหน้าที่ที่ขับรถมาเองหรือแม้แต่รถเก๋งคันสีขาวที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ  และที่สำคัญตอนนี้ลูกชายวัย 4 ขวบยังไม่รู้ว่าแม่ของตัวเองเสียชีวิตเลย เพราะเอาลูกไปฝากย่าเลี่้ยงไว้ที่ต่างจังหวัด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามคนขับรถเก่งคันสีขาว และรถเมย์ที่ขับทับร่างคนตาย มาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมาย

    อุบัติเหตุในครั้งนี้ได้สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัว  ครอบครัวหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักของครอบครัว  เด็กคนหนึ่งต้องไปเป็นกำพร้าเพราะการขับขี่รถอย่างประมาทของคนบนท้องถนนดังนั้นสิ่งนี้คืออุทาหรณ์ที่ทุกคนควรจะมีการระมัดระวังขณะขับขี่บนท้องถนนว่าให้ดูให้ดีก่อนที่จะมีการแซงซ้ายหรือแซงขวาก็ตามเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์  

ชายถูกฆ่าโหดกลางทุ่งนา

         ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนพบศพชายคนหนึ่งเสียชีวิตนอนตายกลางทุ่งนาซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุพบว่าชายคนดังกล่าวมีสภาพถูกมัดมือมัดเท้านอนคว่ำหน้าและมีลักษณะของการโดนของแข็งทุบเข้าที่หัวโดยศพพบห่างจากบ้านของผู้เสียชีวิตแค่เพียง 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งชายคนดังกล่าวชาวบ้านบอกว่าเป็นคนมีเงินในหมู่บ้าน เป็นชายอายุ 68 ปี 

และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปค้นที่บ้านของผู้ตายพบว่าข้าวของถูกค้นกระจัดกระจายเสียหายไปหมดซึ่งทางญาติพี่น้องของผู้ตายได้บอกว่าผู้ตายอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้คนเดียวและเป็นคนมีฐานะร่ำรวย ซึ่งอย่าเชื่อกันว่าคนที่ลงมือก่อเหตุน่าจะรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดีเพราะรู้ว่าผู้ตายอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวคนเดียวและเป็นคนมีทรัพย์สินโดยทุ่งนาที่ผู้ตายเสียชีวิตนั้นเป็นทุ่งนาของน้องสาวของผู้ตายเอง

ซึ่งบริเวณดังกล่าวเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจค้นหาหลักฐานก็พบไม้พายเรือเก่าๆถูกซุกอยู่ใต้กองฟาง ซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าไม้พายดังกล่าวอาจจะเป็นอาวุธในการฆ่า ได้เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตบอกว่าผู้ตายเป็นคนไม่สุงสิงกับเพื่อนบ้านจะมีแค่เพียงญาติพี่น้องเท่านั้นที่มาหาและในคืนเกิดเหตุก็ไม่ได้พบความผิดปกติหรือได้ยินเสียงอะไร

ส่วนทางด้านของผู้ตายที่มีการพูดคุยกับผู้ตายเป็นครั้งสุดท้ายนั้นได้บอกว่าในช่วงกลางคืนก่อนวันเกิดเหตุได้มีการพูดคุยโทรศัพท์กันช่วงประมาณ 20:00 นก็ไม่พบความผิดปกติอะไร ซึ่งช่วงที่มีการคุยนั้นทางผู้ตายเองก็บอกว่าได้ขึ้นมาบนบ้านแล้วดังนั้นแสดงว่าน่าจะมีใครก็ตามที่เป็นคนร้ายเรียกผู้ตายลงไปพบด้านล่างเพราะตอนที่คุยนั้นผู้ตายอยู่บนบ้านแล้วไม่ได้อยู่ด้านล่างแต่ว่าศพกลับไปพบอยู่ที่กลางทุ่งนาเบื้องต้นน้องสาวของผู้ตายให้การยืนยันว่าผู้ตายไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครเพราะอยู่คนเดียวและไม่เคยส่งเสียงกับใครมาก่อนบ้านที่อยู่ก็อยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นๆ

จึงไม่น่าจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องหาสาเหตุในการถูกฆาตกรรมครั้งนี้มาให้ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร  ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็กำลังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าจะไปสอบสวนจากช่องทางไหนเนื่องจากว่าผู้ตายไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครและอาวุธที่ก่อเหตุก็ไม่พบเพราะไม้พายที่พบงั้นก็ไม่มีคราบเลือดของผู้เสียชีวิตเลยแต่เบื้องต้นอาจจะต้องเริ่มสอบปากคำจากบรรดาคนใกล้เคียงของผู้ตายไปก่อนเพราะมั่นใจว่าน่าจะเป็นคนใกล้ตัวที่สามารถเรียกผู้ตายลงออกจากบ้านได้เพราะสภาพศพของผู้ตายไม่สวมเสื้อใส่เพียงกางเกงเท่านั้นแสดงว่าผู้ตายไม่ได้ตั้งใจจะเดินทางออกไปที่ไหน

ประวัติความเป็นมาของแคน

แคนเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของทางภาคอีสาน เป็นเครื่องดนตรีที่ใช่ปากเป่าให้เกิดเสียง และเป็นที่นิยมของคนทั่วไปเพราะมีมาช้านานตั้งแต่โบราณมาถึงปัจจุบัน และยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแคน ว่าใครเป็นผู้คิดค้นเครื่องดนตรีชนิดนี้

ประวัติความเป็นมา

ได้มีการเล่าต่อกันมาว่า เมื่อนานมาแล้วได้มีนายพรานคนหนึ่งได้เดินทางเข้าป่าเพื่อไปล่าสัตว์มาเลี้ยงครอบครัว แล้วเกิดไปได้ยินเสียงนกการเวกตัวหนึ่งร้อง  เสียงของนกการเวกนั้นเพราะจับใจนายพรานยิ่งนัก เมื่อได้กลับออกมาจากป่า จึงได้เล่าเรื่องนกการเวกตัวนี้ให้แก่ ชาวบ้านฟัง หนึ่งในนั้นได้มีหม้ายสาวคนหนึ่ง ที่ได้ฟังเรื่องราวแล้วอยากจะได้ยินเสียงนกการเวกตัวนั้นมาก และได้ไปขอร้องให้นายพรานพาตนนั้นเข้าป่าไปด้วย เพราะอยากฟังเสียงของนกการเวกเหลือเกิน วันรุ่งขึ้นนายพรานจึงยอมพาหม้ายสาวคนนั้นไปด้วย

ครั้นพอมาถึงในป่าตรงจุดที่บริเวณเหล่านกการเวกนั่นอยู่ พวกนกการเวกก็ได้ร้องส่งเสียงตามปกติของมัน นายพรานจึงบอกหม้ายสาวให้เงียบๆแล้วคอยเงี่ยหูฟังนกการเวกร้องให้ดี เมื่อหม้ายสาวได้ฟังเสียงนกที่ไพเราะจับใจจนเกิดอาการหลงใหล และบ่นกับตัวเองว่าจะทำยังไงถึงจะได้ยินเสียงนกร้องแบบนี้ตลอดไปได้ ครั้นจะอยู่ที่นี่ก็ลำบากไม่มีข้าวปลาอาหาร จึงได้คัดสินใจว่าจะทำดนตรีขึ้นมาให้มีเสียงไพเราะจับใจแบบนกการเวกนี้ให้ได้ เมื่อหม้ายสาวได้เดินทางออกจากป่ากลับมายังบ้านก็ได้ลงมือทำเครื่องดนตรี ทั้งดีด สี ตี เป่า ก็ยังไม่มีเสียวดนตรีไหนที่จะเพราะเท่าเสียงของนกการเวกได้เลย

แต่นางก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะทำในที่สุดนางได้ไปตัดไม้ไผ่ต้นเล็กๆแล้วลองมาทำเป็นเครื่องเป่า แล้วแก้นั้น แก้นี้จนในที่สุดนางก็ได้เสียงคล้ายนกการเวกตัวนั้นจนได้และนางก็ได้ฝึกเป่าทำนองเพลงต่างจนชำชอง และนางจึงได้ขอเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าปเสนเมื่อถึงวันเข้าเฝ้านางก็ได้ฝึกซ้อมเป็นอย่างดี เมื่อเข้าเฝ้านางก็ได้ทำการแสดงเครื่องดนตรีด้วยทำนองที่นางฝึกมา แล้วถามว่า

เพราะไหมเจ้าค่ะ พระเจ้าปเสนบอกว่า พอฟังได้ แล้วนางก็เล่นจนจบเพลงสุดท้าย แล้วพระเจ้าปเสนก็บอกว่า แคนแด่ (แปลว่า ครั้งนี้ดีขึ้นหน่อย) แล้วถามท่านว่าควรเรียกดนตรีชนิดนี้ว่าอาไร ท่านจึงบอกว่าแคนก็แล้วกันเป็นคำสุดท้ายที่เราบอกเจ้าเมื่อครู่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการเรียกเครื่องดนตรีที่นางทำขึ้นมาว่าแคน มาจนถึงทุกสันนี้

 

สนับสนุนโดย  ufabet

ประชาชนพอใจกระทรวงสาธารณะสุขวันแรก 

ปัจจุบันหน้ากากอนามัยกำลังเป็นที่ต้องการของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้มีปัญหาเรื่องของการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19  ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยกำลังขาดแคลนหน้ากากอนามัยเป็นอย่างมาก วันนี้เป็นวันแรกที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน

เพื่อให้เอาไว้ใช้ใส่ป้องกันตัวเองไม่ให้ได้รับเชื้อไวรัส โดยมีการแจกให้ประชาชนคนละ 3 ชิ้นซึ่งตอนนี้จะมีการแจกให้ประชาชนที่หนึ่งแสนชิ้นก่อน  ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความพึงใจกับขั้นตอนการแจกหน้ากากอนามัยในครั้งนี้มากเพราะมีเจ้าหน้าที่มาคอยบริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน และยังไม่ต้องรอคิวนานอีกด้วย ทำให้ประชาชนเข้าใจถึงการใช้งานของหน้ากากได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าจะเป็นการลดความเสี่ยงในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้ดี

        สำหรับการแจกหน้ากากอนามัยนั้น ทางกระทรวงสาธารณะสุขได้มีการนำหน้ากากอนามัยออกมาแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่หน้ากระทรวงสาธารณะสุข โดยจะมีการแจ้งคนให้ละเพียงสามอันเท่านั้นและหากใครที่เดินทางมาเข้าแถวรับหน้ากากอนามัยและได้รับหน้ากากอนามัยเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการทำสัญลักษณ์เป็นการปั้มตราไว้ที่แขนของคนที่ได้หน้ากากอนามัยไปเพื่อจะได้แก้ปัญหาการแอบเดินเข้ามารับแจกหน้ากากอนามัยหลายรอบ และวันนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพราะประชาชนต่างก็พอใจที่ทางกระทรวงสาธารณะสุขมีขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบระเบียบ

ทำให้แต่ละคนไม่ต้องยืนต่อแถวรอกันนาน สำหรับการแจกหน้ากากอนามัยนั้นพรุ่งนี้ก็จะมีการแจกกันอีกครั้งที่กระทรวงสาธารณะสุขเช่นเดิม โดยจะมีการเริ่มแจกหน้ากากอนามัยตอนช่วงแปดโมงเช้าจนถึงเก้าโมงเช้าเท่านั้น  สำหรับประชาชนที่เข้ามารับการแจกหน้ากากอนามัยฟรีต่างก็ทราบข่าวจากทางทีวีแล้วก็พากันเดินทางมารับเลย หลายคนให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าการมารับแจกหน้ากากอนามัยในวันนี้เพราะไม่สามารถหาซื้อได้เลย เพราะที่มีขายอยู่ก็ราคาแพงจนไม่สามารถซื้อได้ ส่วนที่มารับหน้ากากอนามัยไปกัน

วันนี้พรุ่งนี้ก็จะไม่มาเพราะคนอื่นก็คงต้องการใช้เช่นกัน จึงไม่อยากเอาเปรียบใคร ส่วนการใช้งานก็จะใช้แล้วซักแล้วนำมาใช้ใหม่ก็ได้แล้ว สำหรับในช่วงนี้หน้ากากอนามัยค่อยข้างมีราคาแพง ดังนั้นหากใครสามารถลองทำดูได้ให้ลองผลิตหน้ากากอนามัยใช้เองชั่วคราวไปก่อนเป็นการป้องกันการรับเชื้อไวรัสเบื้องต้น ซึ่งขั้นตอนการทำนั้นไม่ยากเลย สามารถดูวิธีการทำหน้ากากอนามัยผ่านทางยูทูปได้ สำหรับการแจกหน้ากากอนามัยจะมีการแจ้งเพียงแค่วันละหนึ่งแสนชิ้นเท่านั้น

รวบหัวหน้าแก๊งอายุแค่ 14 ปี

ข่าวตำรวจจังหวัดอุดรจับแก๊งขายยาบ้าได้ หัวหน้าแก๊งอายุแค่ 14 ปี

           จาการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดอุดรธานี มีการแถลงจับกุมแก๊งค้ายาไอซ์ได้จำนวน 3 คนและทั้งหมดเป็นแค่เพียงเยาวชนที่สำคัญหัวหน้าแก๊งยังอายุแค่เพียง 14 ปีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เล่าให้ฟังว่าแก๊งที่จับได้นี้ชื่อว่าแก๊งฟันน้ำนม เพราะทุกคนอายุไม่เกิน 18 ปีซึ่งยังเป็นเยาวชนกันทุกคน โดยมีนายสไปร์ท เป็นเจ้าของยาไอซ์และยาบ้า ซึ่งทางเจ้าหน้าทีตำรวจได้ไปตามจับนายสไปร์ทแล้ว แต่นายสไปร์ทหนีไปได้

สำหรับประวัติของเด็กชายโด่งหัวหน้าแก๊งฟันน้ำนมนั้น พบว่าพ่อของนายโด่งเป็นเพื่อนกับนายสไปร์ท ซึ่งนายโด่งอยู่กับปุ่และย่า เพราะพ่อนายโด่งไปทำงานที่ต่างประเทศได้บอกให้นายสไบร์ทช่วยมาดูแลลูกชายแทน จึงทำให้เด็กชายโด่งได้รู้จักกับนายสไปร์ทและถูกชักชวนให้มาขายยาดังกล่าว นอกจากเยาวชนทั้งสามคนจะขายยาแล้วทั้งสามคนยังเสพยาเองอีกด้วย

           ซึ่งจากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่าสังคมไทยเสื่อมโทรมแค่ไหน และผู้ใหญ่แทนที่จะเป็นคนที่สอนสิ่งที่ดีให้กับเด็กๆ กับทำร้ายเด็กๆด้วยการมอบสิ่งที่ไม่ดีให้ ทั้งสอนให้เสพยาและขายยา ซึ่งผลตอบแทนที่เด็กๆได้ไม่ได้มากมายอะไรนัก ถ้าเทียบกับการต้องเสียอนาคต ต้องไปอยู่ที่สถานพินิจ ปัจจุบันพบว่ายาเสพติดระบาดแถบจะทุกพื้นที่ของประเทศ

มีทั้งคนเสพและคนขายเต็มไปหมดทั้งที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เยอะแต่ไม่สามารรถจะปราบผู้ที่ทำผิดกฎหมายเหล่านี้ได้ ก่อนหน้านี้เมื่อสมัยนายทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการปราบปรามเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างจริงจัง จนแทบไม่รู้สึกเลยว่ามีการเสพและขาย แต่ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ยาเสพติด ยาบ้า ยาไอซ์ และยาอะไรต่อมิอะไรมากมาย มีเข้ามาจนล้นเมือง จากเดิมที่ราคาหลักร้อยปัจจุบันสามารถหาซื้อยาบ้าได้ในราคาหลักหน่วยเท่านั้นเอง ที่เป็นแบบนี้

เพราะรัฐบาลไม่ได้เอาจริงกับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด รัฐบาลรุ่นนายกทักษิณเมื่อจับยาบ้ามาได้ก็มีการนำมาเผาโชว์ให้ประชาชนได้เห็นออกบทลงโทษที่รุนแรงให้คนที่คิดจะขายหรือเสพกลัว แต่สำหรับปัจจุบันนั้น มีข่าวว่าจับยาได้แต่ไม่เคยเห็นหลักฐานเลยว่ายาที่จับได้เอาไปทำลายที่ไหนอย่างไร และบางครั้งเวลาตำรวจแถลงการณ์ว่ามีการจับแก๊งขายยาได้ ก็เป็นตำรวจ ทหาร หรืออดีตตำรวจ อดีตทหารที่เอายาบ้ามาขายเสียเอง แล้วแบบนี้ยาเสพติดจะหมดไปจากประเทศไทยได้อย่างไร