ข้อพิพาทระหว่าง สหรัฐ และ อิหร่าน

ช่วงที่ผ่านมานี้ได้เกิดข้อพิพาทกันระหว่าง สหรัฐ และ อิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก

เพราะหวั่นว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมาได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากการที่สหรัฐนั้นได้ส่งโดรน ไปลอบสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่าน จนทำให้เกิดการปะทุขึ้นระหว่างทั้งสองชาติ แต่ว่าก่อนหน้านี้ทางอิหร่านเองก็ได้ส่งกองกำลังเข้าไปบุกรุกสถานฑูตของสหรัฐที่ต้องอยู่ในกรุงแบกแดดประเทศอิหร่าน ทำจนให้เกิดชนวนความขัดแย้งขึ้น ซึ่งจนในที่สุด ทรัมป์ ประธานาธิปของสหรัฐได้ตัดสิ้นใจปลอดชีพคนสำคัญของอิหร่านขึ้น จนทำให้คนประชาชนของอิหร่านเกิดการลุกหือขึ้นต่อต้าน ทรัมป์

ถึงขั้นมีการรวบรวมเงินของประชากรภายในประเทศคนล่ะ 1 ดอลล่าร์ เพื่อตั้งเป็นค่าหัวสำหรับ ทรัมป์ ซึ่งประชากรทั้งหมดของประเทศอิหร่านมีประมาณ 80 ล้านคน ซึ่ง 80 ล้านดอลล่าร์นี้ตีมูลค่าเป็นเงินไทยก็ราวๆ 2300 ล้านบาทไทย ถือว่าเป็นความขัดแย้งที่ส่งผลให้ทั่วโลกหวั่นว่าอาจจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 และแน่นอนว่าหากเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ ด้วยอาวุธที่ได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างร้ายแรงนี้จะส่งผลทำให้โลกของเราแหลกเป็นผุยผงได้ ทั้งนี้หลายๆประเทศก็ออกมาประกาศให้ทั้งสองเกดการประนีประนอมกันเกิดขึ้น เพราะหากเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ เราทุกคนบนโลกใบนี้จะไม่สามารถรองรับกับความเสียที่เกิดขึ้นได้

ต้นเหตุของความขัดแย้งนั้น ก็มาจากการเสียผลประโยชน์ เพราะในอดีตทั้งสหรัฐและอิหร่านนั้นก็ถือว่ามีความสำพันธ์อันดีต่อกันเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเกิดการซื้อขายน้ำมัน ซึ่งเป็นผลผลิตทางธรรมชาติหลักๆที่อิหร่านส่งออกให้ทางสหรัฐ แต่ว่าในยุคนี้ที่อิหร่านได้เปลี่ยนแปลงการปกครองและเปลี่ยนระบบผู็นำประเทศใหม่ทำให้สหรัฐจากอดีตที่เคยได้ผลประโยชน์ตรงนี้ เกิดเสียผลประโยชน์ขึ้นจึงได้กดดันอิหร่านให้ยินยอม ทั้งการคว่ำบาทและแทรกปัญหาทางด้านการเมืองเพื่อให้อิหร่านนั้นยินยอมที่จะส่งน้ำมันให้ตนเองเหมือนเดิม 

แม้ว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะยังไม่เกิดขึ้น แต่หลายๆฝ่ายก็ยังไม่เกิดการนิ่งนอนใจดได้ว่าสงครมจะถูกลุกขึ้นมาตอนไหน อีกทั้งยังมีนักวิชาการหลายท่านได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ทางสหรัฐจะไม่มีทางที่จะก่อสงครามขึ้นอย่างเด็ดขาดนั่นก็เป็นเพราะว่า ใกล้เข้ามาถึงช่วงที่ประเทศสหรัฐนั้นจะมีการเลือกตั้งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลโดยตรงต่อฐานคะแนนเสียงของ ทรัมป์ ผู้ซึ่งที่ตั้งแต่เข้ารับเป็นประธานาธิปดีของสหรัฐก็ได้ก่อสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก โดยมีนโยบาย American first เป็นนโยบายหลักที่ทำให้ทั่วโลกหวั่นเกรงว่าทรัมป์จะเป็นผู้ปลุกกระแสความเป็นชาตินิยมขึ้นอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นประชาชนส่วนใหญ่ก็ได้ลกความนิยมในตัวของทรัมป์ลงไปมากเพราะเห็นว่าตัวทรัมป์เองอาจจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ อีกทั้งยังเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกดังนั้นการที่สหรัฐนั้นเกิดกระทำใดๆขึ้น แน่นอนว่าย่อมต้องส่งผลต่อโลกอย่างแน่นอน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น ไม่แน่ว่าในสมัยหน้า ทรัมป์อาจจะได้หลุดจากเก้าอี้ประธานาธิปบดีของสหรัฐในสมัยถัดไป

รวบหัวหน้าแก๊งอายุแค่ 14 ปี

ข่าวตำรวจจังหวัดอุดรจับแก๊งขายยาบ้าได้ หัวหน้าแก๊งอายุแค่ 14 ปี

           จาการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดอุดรธานี มีการแถลงจับกุมแก๊งค้ายาไอซ์ได้จำนวน 3 คนและทั้งหมดเป็นแค่เพียงเยาวชนที่สำคัญหัวหน้าแก๊งยังอายุแค่เพียง 14 ปีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เล่าให้ฟังว่าแก๊งที่จับได้นี้ชื่อว่าแก๊งฟันน้ำนม เพราะทุกคนอายุไม่เกิน 18 ปีซึ่งยังเป็นเยาวชนกันทุกคน โดยมีนายสไปร์ท เป็นเจ้าของยาไอซ์และยาบ้า ซึ่งทางเจ้าหน้าทีตำรวจได้ไปตามจับนายสไปร์ทแล้ว แต่นายสไปร์ทหนีไปได้

สำหรับประวัติของเด็กชายโด่งหัวหน้าแก๊งฟันน้ำนมนั้น พบว่าพ่อของนายโด่งเป็นเพื่อนกับนายสไปร์ท ซึ่งนายโด่งอยู่กับปุ่และย่า เพราะพ่อนายโด่งไปทำงานที่ต่างประเทศได้บอกให้นายสไบร์ทช่วยมาดูแลลูกชายแทน จึงทำให้เด็กชายโด่งได้รู้จักกับนายสไปร์ทและถูกชักชวนให้มาขายยาดังกล่าว นอกจากเยาวชนทั้งสามคนจะขายยาแล้วทั้งสามคนยังเสพยาเองอีกด้วย

           ซึ่งจากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่าสังคมไทยเสื่อมโทรมแค่ไหน และผู้ใหญ่แทนที่จะเป็นคนที่สอนสิ่งที่ดีให้กับเด็กๆ กับทำร้ายเด็กๆด้วยการมอบสิ่งที่ไม่ดีให้ ทั้งสอนให้เสพยาและขายยา ซึ่งผลตอบแทนที่เด็กๆได้ไม่ได้มากมายอะไรนัก ถ้าเทียบกับการต้องเสียอนาคต ต้องไปอยู่ที่สถานพินิจ ปัจจุบันพบว่ายาเสพติดระบาดแถบจะทุกพื้นที่ของประเทศ

มีทั้งคนเสพและคนขายเต็มไปหมดทั้งที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เยอะแต่ไม่สามารรถจะปราบผู้ที่ทำผิดกฎหมายเหล่านี้ได้ ก่อนหน้านี้เมื่อสมัยนายทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการปราบปรามเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างจริงจัง จนแทบไม่รู้สึกเลยว่ามีการเสพและขาย แต่ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ยาเสพติด ยาบ้า ยาไอซ์ และยาอะไรต่อมิอะไรมากมาย มีเข้ามาจนล้นเมือง จากเดิมที่ราคาหลักร้อยปัจจุบันสามารถหาซื้อยาบ้าได้ในราคาหลักหน่วยเท่านั้นเอง ที่เป็นแบบนี้

เพราะรัฐบาลไม่ได้เอาจริงกับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด รัฐบาลรุ่นนายกทักษิณเมื่อจับยาบ้ามาได้ก็มีการนำมาเผาโชว์ให้ประชาชนได้เห็นออกบทลงโทษที่รุนแรงให้คนที่คิดจะขายหรือเสพกลัว แต่สำหรับปัจจุบันนั้น มีข่าวว่าจับยาได้แต่ไม่เคยเห็นหลักฐานเลยว่ายาที่จับได้เอาไปทำลายที่ไหนอย่างไร และบางครั้งเวลาตำรวจแถลงการณ์ว่ามีการจับแก๊งขายยาได้ ก็เป็นตำรวจ ทหาร หรืออดีตตำรวจ อดีตทหารที่เอายาบ้ามาขายเสียเอง แล้วแบบนี้ยาเสพติดจะหมดไปจากประเทศไทยได้อย่างไร