การใส่แมสก์ บนรถยนต์ส่วนตัวมีความจำเป็นจริงหรอ 

             เมื่อวันที่ 26 เดือนเมษายนปี พ.ศ. 2564 รัฐบาลได้มีการออกมาประกาศ เกี่ยวกับจังหวัดในพื้นที่เขตสีแดงที่เป็นพื้นที่ของการระบาดของไวรัสโควิคค่อนข้างรุนแรงและมีคนติดไวรัสโควิด-19  ต่อวันนั้นเยอะมาก จึงมีการประกาศของรัฐบาลระบุว่าหากประชาชนคนไหนออกนอกบ้านจำเป็นที่จะต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือสวมใส่แมส  หรือหน้ากากอนามัย ตลอดเวลาหากใครไม่ใส่ก็จะถูกดำเนินคดีโดยมีการเรียกเก็บค่าปรับเงินไม่เกิน 20,000 บาท 

              อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงแค่การออกนอกบ้านเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่รัฐบาลมีการประกาศให้ใส่หน้ากากอนามัยเพราะแม้แต่การนั่งอยู่บนรถยนต์ส่วนตัวของตนเองหากมีคนนั่งอยู่ในรถคันดังกล่าวตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปก็จะต้องใส่หน้ากากอนามัยทั้งคู่ด้วยเช่นเดียวกันและถ้าหากใครฝ่าฝืนก็จะถูกปรับเช่นเดียวโดยคิดค่าปรับอยู่ที่ไม่เกิน 20000 บาทเหมือนกัน   

           และนับตั้งแต่ที่มีการประกาศออกมาใช้เกี่ยวกับกฎหมายนี้ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีหลายคนที่ถูกเรียกเก็บค่าปรับเนื่องจากว่าบางคนนั้นไม่เข้าใจว่าการใส่หน้ากากอนามัยในรถยนต์นั้นมีความจำเป็นหรือไม่ก็รถยนต์คันดังกล่าวก็เป็นรถยนต์ส่วนตัวซึ่งไม่มีคนนอกมานั่งอยู่แล้วนอกจากคนในครอบครัวหรือคนรู้จักดังนั้นหลายคนจึงออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกฎของการใส่หน้ากากอนามัยบนรถยนต์ส่วนตัวของตนเอง

          เนื่องจากทุกคนเข้าใจว่าหากมีการเดินทางออกมานอกบ้านอาจจะขึ้นรถ

โดยสารประจำทางหรือขึ้นรถตู้รวมถึงรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟใต้ดินนั้นจำเป็นต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสจากบุคคลอื่นแต่ในกรณีที่เป็นรถยนต์ส่วนตัวนั้นหลายคนมองว่าไม่มีความจำเป็นแม้แต่นิดเดียวเพราะคนที่นั่งบนรถนั้นก็คือคนในครอบครัวและตอนที่อยู่ภายในบ้านนั้นก็ไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัยก็เป็นคนกลุ่มเดียวกัน

กับคนที่อยู่ในครอบครัวดังนั้นหลายคนจึงมองว่าอาจจะติดเชื้อไวรัสโควิคจากคนในครอบครัวนั้นคงติดตั้งแต่ตอนอยู่ที่บ้านแล้วซึ่งการขึ้นรถยนต์แล้วต้องใส่หน้ากากอนามัยนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวแต่หากออกนอกรถแล้วไม่ใส่หน้ากากอนามัยและมีความผิดหลายคนมีความเข้าใจได้นั่นเอง

          อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจารย์เจษฎาซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่จุฬาฯก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกันโดยความคิดเห็นของอาจารย์เจษฎานั้นก็ไม่ต่างจากชาว Social Media เลยเพราะมองว่าการใส่หน้ากากอนามัยอยู่ในรถนั้นจะทำให้สดออกซิเจนเข้าไปได้น้อยเพราะรถเป็นพื้นที่อัดอยู่แล้วและมีออกซิเจนน้อยอยู่แล้วที่สำคัญคนที่นั่งอยู่ในรถนั้นก็เป็นคนในครอบครัวเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะใส่แมสในรถแต่ถ้ากลับไปถึงบ้านคนในครอบครัวถอดแบตก็มีโอกาสติดเชื้อไวรัสจากกันและกันได้อยู่ดีนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ทางเข้าเล่น