แวงเมียนอกใจ ใช้เชือกรัดคอเมียจนตาย

หนุ่มช่างไฟระแวงเมียนอกใจ ใช้เชือกรัดคอเมียจนตายและตัวเองยิงตัวตายตาม

มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่างไฟฟ้าคนหนึ่งเกิดหวาดระแวงว่าภรรยาของตนเองจะนอกใจก็เลยใช้สายไฟรัดคอภรรยาเพื่อฆ่าภรรยาจนตายและตัวเองก็ยิงตัวตายตาม  นักข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อไปสอบถามความจริงและได้พูดคุยกับญาติของทั้งสองฝ่าย โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากนาย    ศุภกิจ นิลเกษม ซึ่งเขามีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้านอนเสียชีวิตในสภาพที่มือขวายังคงกำปืนเอาไว้ในมือ

และมีร่องรอยของกระสุนปืนถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าผาก ด้านข้างกันพบศพภรรยาของเขา โดยมีร่องรอยการถูกสายไฟรัดเข้าที่ลำคอนอนเสียชีวิตอยู่คู่กันโดยมีร่างของฝ่ายชายใช้แขนพาดทับอยู่ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ห้องเช่าที่จังหวัดระยอง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 24 เดือนเมษายนปีพศ 2563   เนื่องจากมีคนไปพบศพของพวกเขาทั้งคู่นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องเช่าเพราะนายจ้างเห็นว่าเขาไม่ไปทำงานจึงได้ส่งคนมาดู

ซึ่งนักข่าวได้ไปสอบถามทางเจ้าของร้านที่ทั้งสองสามีภรรยานี้ทำงานอยู่โดยทางเจ้าของร้านให้ข้อมูลว่าสองสามีภรรยานี้เคยทำงานอยู่ที่ร้านนี้มาก่อนหลังจากนั้นก็ได้มีการลาออกไปทำงานที่อื่นและเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้กลับมาขอเข้ามาทำงานที่เดิมซึ่งสามีจะเป็นคนงานทำเกี่ยวกับการซ่อมไฟฟ้าส่วนภรรยาของเขาจะคอยเป็นลูกมือคอยช่วยเหลือกันขึ้นทุกวันทั้งคู่จะต้องออกไปทำงานร่วมกัน ซึ่งทางนายจ้างของทั้งสองคน ได้เล่าให้นักข่าวฟังว่าแต่เดิมนั้นฝ่ายชายเป็นคนที่พูดคุยเก่งสนุกสนานร่าเริงแต่หลังจากที่ลาออกไปครั้งแรก

และกลับเข้ามาทำงานใหม่ฝ่ายชายก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเป็นคนพูดน้อยและไม่ค่อยยิ้ม ซึ่งหลังๆจะเห็นได้ว่าทั้งคู่ชอบทะเลาะกันซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากที่ฝ่ายชายเกิดความหึงหวงในตัวภรรยาของตนโดยความคิดเห็นนี้สอดคล้องกับที่พี่สาวของฝ่ายหญิงที่เสียชีวิตได้ให้การว่าก่อนหน้าที่ทั้งคู่ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านพ่อแม่นั้นทั้งคู่ก็ดูรักกันดีไม่เคยทะเลาะตบตีกัน

จะมีบ้างนิดหน่อยเนื่องจากว่าฝ่ายชายเป็นคนที่ขี้หึงมากถึงสาเหตุการฆ่ากันในครั้งนี้ก็อาจจะมาจากการหึงหวงของฝ่ายชายที่หึงในตัวภรรยาของตนเองจึงเกิดทำให้มีการทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นและเกิดเหตุการณ์ฆ่ากันตายเกิดขึ้นในครั้งนี้โดยทั้งญาติของฝ่ายหญิงนั้นจะนำเพียงศพของฝ่ายหญิงไปบำเพ็ญกุศลเท่านั้นส่วนผสมของฝ่ายชายจะรอให้ญาติฝ่ายชายมาดำเนินการเอง

 

 

สนับสนุนโดย  gclub

หนุ่มเครียดดิ่งคอนโด

ความเครียดเป็นเหตุทำชายหนุ่มเก็บตัวเงียบก่อนโดดคอนโด

          เมื่อวันที่ 24 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ช่วงเวลาประมาณ 9.00 นเจ้าหน้าที่ตำรวจสนหัวหมากได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนกระโดดคอนโดฆ่าตัวตายและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพร้อมกับกู้ภัยก็พบว่าร่างของผู้เสียชีวิตที่กระโดดลงมาจากตึกสูงนั้นไปค้างอยู่ตรงอาคารจอดรถชั้น 6 โดยลักษณะของศพนั้นเป็นผู้ชายใส่เพียงกางเกงขาสั้นสีดำภาพนอนจมกองเลือดและมีลักษณะร่างกายผิดรูปร่างเนื่องจากถูกกระแทกอย่างแรง

โดยสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นคอนโดแห่งหนึ่งอยู่แถวซอย รามคำแหง 2 ซึ่งคอนโดแห่งนี้มีความสูงถึง 33 ชั้นด้วยกันเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตโดดมาจากชั้นไหนการนำร่างผู้เสียชีวิตลงมานั้นค่อนข้างทุลักทุเลอย่างยิ่งเนื่องจากว่าต้องมีการให้ทางกู้ภัยโรยตัวเองลงมาจากบันไดหนีไฟชั้น 7 ลงมาที่ลานจอดรถชั้น 6 หลังจากนั้นก็นำผ้ามาห่อร่างผู้เสียชีวิตแล้วถูกร่างผู้เสียชีวิตยอดลงมาที่ชั้นล่างอีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งเบื้องต้นทางญาติของผู้เสียชีวิตขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้แจ้งชื่อผู้เสียชีวิตนั้นเป็นใครแต่ให้ข้อมูลคร่าวๆว่าผู้เสียชีวิตนั้นอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งนี้กับครอบครัวซึ่งมีพ่อแม่และน้องก่อนที่จะมีการเกิดเหตุนั้นผู้เสียชีวิตยังคงใช้ชีวิตกับครอบครัวตามปกติแต่มีลักษณะของอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากว่าผู้เสียชีวิตนั้นพึ่งตกงานโดยแต่ก่อนนั้นเขาทำงานอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิมีอาชีพเป็นคนขายสินค้าปลอดภาษีซึ่งหลังจากที่มีสถานการณ์ไวรัส

กรุณาเข้ามาก็ทำให้พนักงานที่บริเวณสุวรรณภูมิต่างได้รับผลกระทบด้วยกันหลายแผนกซึ่งในนั้นก็คือผู้เสียชีวิตเองสวยทั้งครอบครัวของผู้เสียชีวิตแจ้งว่าหลังจากที่มีต้องอยู่บ้านมาซักระยะหนึ่งก็ทำให้ผู้เสียชีวิตมีอาการเครียดเนื่องจากตั้งแต่หยุดงานมาชีวิตก็ไม่ได้เดินทางไปที่ไหนเลยมักจะขำตัวของตนเองอยู่แต่ในห้องตลอดเวลาแต่ก่อนที่จะมีการกระโดดลงไปนั้น

ผู้เสียชีวิตก็เพิ่งอาบน้ำเสร็จยังไม่ได้มีการแต่งตัวแต่อย่างใดหลังจากอาบน้ำแล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอนหลังจากนั้นก็พบว่ามีการกระโดดจากห้องที่พักลงไปเบื้องล่างซึ่งครอบครัวไม่ได้ติดใจสาเหตุการตายเนื่องจากทราบเบื้องต้นอยู่แล้วว่ามีความเครียด

          ในช่วงนี้มักจะพบข่าวคนคิดสั้นฆ่าตัวตายกันเยอะเพราะเกิดจากความเครียดคนตกงานไม่มีงานทำและหลายคนเครียดเพราะถูกกักบริเวณอยู่แต่ในบ้านซึ่งถ้าหากสถานการณ์ของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังไม่สามารถควบคุมได้อยู่แบบนี้อาจจะทำให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกหลายเหตุการณ์แน่นอนเพราะคน ส่วนใหญ่เริ่มมีความเครียดสะสมกันมากขึ้นทุกวัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

รัฐบาลประกาศเลื่อนวันหยุดในเดือนพฤษภาคมออกไป

รัฐบาลประกาศเลื่อนวันหยุดในเดือนพฤษภาคมออกไปยังไม่มีกำหนดชดเชยทำให้ Social ถึงกับร้อนระอุเลยทีเดียว

          มีการเข้าออกมาแล้วว่าในเดือนพฤษภาคมนี้ที่มีวันหยุดชดเชยหลายวันนั้นอาจจะมีการเลื่อนออกไปก่อนเนื่องจากว่าสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังอยู่ในช่วงของการที่ต้องควบคุมอย่างเข้มข้นดังนั้นรัฐบาลจึงได้มีการประกาศออกมาขอเลื่อนวันหยุดเลยออกไปซึ่งเมื่อมีข่าวออกมาแบบนี้ทำให้หลายคนที่ปัจจุบันนี้ยังต้องทำงานเกิดความรู้สึกไม่พอใจเนื่องจากว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องไปทำงานทุกวัน

ดังนั้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ภูเขาเฝ้ารอคอยกับทุกเรื่องออกไปนั้นทำให้หลายคนต้องออกมาพูดถึงเรื่องนี้กันเป็นอย่างมากทำให้กระแสดราม่าในโลกโซเชียลถึงกับร้อนระอุเลยทีเดียวโดยหลายคนมองว่าตนเองต้องไปทำงานในทุกๆวันซึ่งก็หวังว่าวันหยุดชดเชยจะได้มีโอกาสพักผ่อนอยู่ที่บ้านเหมือนกับคนอื่นบ้างแต่เมื่อรัฐบาลออกมาประกาศแบบนี้พวกเขาก็ต้องออกไปทำงานตามปกติ

ซึ่งมันไม่แฟร์กับพวกเขาเลยอีกทั้งรัฐบาลเองก็ยังไม่ได้ออกมาอธิบายเพิ่มเติมว่าหากมีการเลื่อนวันหยุดชดเชยออกไปแล้วจะมาชดเชยให้พวกเขาได้หยุดอีกทีเมื่อไหร่ซึ่งหลายคนบอกว่าการที่มีการประกาศเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์นั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ตามแต่การที่เขาสามารถหยุดพักผ่อนอยู่ที่บ้านก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่พวกเขาต้องการเหมือนกันโดยในเดือนพฤษภาคม ปี 2563 นี้

มีวันหยุดหลายวันด้วยกันทั้งในวันแรงงานแห่งชาติ   วันฉัตรมงคล   วันวิสาขบูชาและยังมีวันพืชมงคลซึ่งรวมวันหยุดแล้วมีมากถึง 4 วันด้วยกันทำให้คนที่ปัจจุบันยังมีงานทำอยู่ต่างก็อยากได้วันหยุดนักขัตฤกษ์เหล่านี้มาเป็นวันหยุดที่ให้ตนเองได้หยุดพักผ่อนอยู่บ้าน ซึ่งหลายคนถึงแม้ว่าจะทำงานอยู่ที่บ้านตามโครงการWork from homeก็จริงแต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยืนยันว่าเมื่ออยู่ที่บ้านเขาก็ต้องทำงานเหมือนกับเขาเดินทางไปออฟฟิศเหมือนกัน

ดังนั้นการที่พวกเขาได้รับวันหยุดนักขัตฤกษ์แสดงว่าเขาต้องอยู่ที่บ้านเฉยๆโดยที่เขาไม่ต้องทำงานนั้นถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งที่พวกเขาต้องการได้ในขณะนี้ ซึ่งชาว Social มองว่าก่อนหน้านี้เดือนเมษายนที่รัฐบาลประกาศวันหยุดสงกรานต์ให้เลื่อนออกไปก่อนนั้นทุกคนเข้าใจได้เพราะวันดังกล่าวจะมีคนออกมาร่วมสนุกกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแต่วันหยุดในเดือนพฤษภาคมนี้เป็นวันหยุดที่ทุกคนสามารถพักผ่อนอยู่ที่บ้านได้จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยอยากให้ลองนึกถึงใจคนทำงานบ้างที่ต้องการอยากนอนสบายๆในวันหยุด

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน ufabet

หนุ่มวิศวะลงแดง หลังประกาศห้ามขายแอลกอฮอล์

            เพราะสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังคงมีการระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องทางรัฐบาลจึงได้มีการประกาศควบคุมการจำหน่ายสุราโดยมีการห้ามจำหน่ายสุราในบางจังหวัดและในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ซึ่งทำให้คนที่ชอบดื่มสุราเป็นประจำทุกวันหรือที่เราเรียกกันว่ากลุ่มคนที่ติดเหล้าไม่สามารถที่จะกินเหล้าได้ในช่วงที่มีการประกาศห้ามทำให้หลายคนเกิดอาการลงแดงและเสียชีวิตซึ่งหนึ่งในนั้นพบว่าเป็นหนุ่มวิศวกร

ซึ่งก่อนหน้านี้เขามีงานทำแต่ด้วยปัญหาของบริษัทที่มีการปิดกิจการในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าทำให้เขาตกงานแล้วเกิดความเครียดสะสม ซึ่งเขากลายเป็นคนติดเหล้าและจากเหตุการณ์ที่มีการประกาศห้ามขายเหล้าทำให้วิศวกรหนุ่มขาดเหล้าหรือที่เรียกว่าลงแดงจนเสียชีวิตเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เดือนเมษายนปีพศ 2563

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเข้ามาช่วงเวลาประมาณ 10:30 นว่าที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งมีผู้เสียชีวิตภายในห้องพักซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบว่าห้องที่เกิดเหตุนั้นอยู่ที่ห้อง 108 โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบศพของนายวิทยาจากการตรวจบัตรประชาชนพบว่าเป็นคนจังหวัดอุดรธานีและมีอาชีพเป็นวิศวกรไฟฟ้าโดยเขาเสียชีวิตภายในห้องพักเพียงลำพังบริเวณที่เกิดเหตุมีกองเลือดและคราบเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก

แต่เมื่อตรวจสอบร่างกายแล้วไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายโดยผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักนอกจากสภาพศพที่นอนเสียชีวิตแล้วมีเลือดออกทางปากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเห็นว่ามีขวดเหล้าอยู่ในห้องพักประมาณ 2 ขวดสอบถามจากผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณอพาร์ทเม้นท์เดียวกันให้ข้อมูลว่าผู้ตายได้อยู่ห้อง 108 นี้มาเกือบ 2 เดือนแล้ว

โดยผู้ตายอยู่คนเดียวไม่มีญาติมาอยู่ด้วยเคยทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งหลังจากที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสผู้ตายก็ถูกสั่งให้หยุดงานโดยปกติแล้วผู้ตายจะเป็นคนชอบกินเหล้าอยู่เป็นประจำอยู่แล้วซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะกินอยู่หน้าห้องพักของตนเองโดยการกินแต่ละครั้งนั้นก็กินหลายขวด แต่ว่าช่วงหลังมานี้ทางรัฐบาลได้มีประกาศห้ามขายเหล้าทำให้ผู้ตายไม่สามารถหาซื้อเหล้ามากินได้

ซึ่งวันนี้เห็นผิดสังเกตเพราะผู้ตายไม่ออกมาเล่นข้างนอกห้องเลยอีกทั้งพอลองเข้าไปเรียกที่ประตูห้องก็ไม่มีการตอบที่สำคัญชาวบ้านได้กลิ่นคล้ายๆกินเลือดแถวหน้าห้องของผู้ตายจึงได้ลองมองเข้าไปตรงหน้าต่างพบว่าผู้ตายนอนตายอยู่กลางห้องจึงได้มีการโทรตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการขาดเหล้ากะทันหันจึงทำให้เกิดอาการลงแดงจนเสียชีวิต

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub

โจรฉลาดฆ่าคนตายแล้วใส่ร้ายเพื่อนบ้านหวังให้ถูกจับแทน 

         จากกรณีที่เมื่อวานนี้มีข่าวพบศพหญิงสาวคนหนึ่งถูกฆ่าเสียชีวิตภายในบ้านพักโดยข้างๆศพยังพบลูกสาววัยสองขวบกำลังเรียกแม่ให้มาเล่นด้วยซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 02:00 นโดยบ้านหลังดังกล่าวมีคนอยู่ด้วยกัน 4 คนและเป็นผู้หญิงทั้งหมดคนที่มาพบศพคนแรกคือแม่ของผู้เสียชีวิตซึ่งนางเล่าให้ฟังว่าช่วงเวลา 1:00 นางออกไปกรีดยางและลูกสาวพร้อมกับน้องสาวนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

ซึ่งคาดการณ์กันว่าคนร้ายน่าจะปีนหน้าต่างเข้ามาแล้วผู้เสียชีวิตออกมาเจอพอดีจึงได้เกิดการต่อสู้กันขึ้นทำให้คนร้ายใช้ไขควงแทงผู้เสียชีวิตจนถึงแก่ความตายซึ่งคนร้ายได้เงินไปประมาณ 5,000 บาทจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีเพื่อนบ้านหลายคนได้ให้ข้อมูลว่าในช่วงเวลา 2:00 นถึง 3:00 นนั้นได้ยินเสียงหมาเห่าแต่ก็ไม่มีใครสงสัยอะไรเพราะถนนเส้นนี้มีคนเข้าออกอยู่บ่อยครั้ง

และหมาก็มักจะเห่าหอนอยู่ตลอดเวลาอีกครั้งไม่มีใครได้ยินเสียงเอะอะโวยวายร้องขอความช่วยเหลือเลยอีกครั้งที่นี่ก็ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการฆ่ากันตายมาก่อนแต่ที่น่าตกใจก็คือมีเพื่อนบ้านคนนึงบอกกับนักข่าวว่าเองมีการซักผ้าทิ้งเอาไว้และตากไว้หลังบ้านแต่เมื่อดูอีกครั้งหนึ่งมีรอยเลือดติดอยู่ที่บริเวณเสื้อผ้าเพื่อนบ้านคนดังกล่าวจึงได้มีการแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากคิดว่าโจรที่ฆ่าหญิงสาวน่าจะต้องการป้ายความผิดมาที่เพื่อนบ้าน

จึงได้นำเลือดมาป้ายที่เสื้อหวังจะให้ตำรวจนำไปเป็นหลักฐานในการจับกุมโดยในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเสื้อของกลางรวมถึงมาตรวจ DNA ของเจ้าของเสื้อเรียบร้อยแล้วฝ่ายสามีของผู้เสียชีวิตเองก็บอกว่าตนเองไม่ค่อยได้อยู่กับภรรยานะเพราะต้องทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯแต่ในคืนเกิดเหตุช่วงเวลา 22:00 น

ก็ยังโทรคุยกับระยะตามปกติลูกค้ามาทราบข่าวว่าภรรยาเสียชีวิตแล้วก็รู้สึกชอบเป็นอย่างมากต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนในชุมชนนี้กันเป็นอย่างมากเพราะที่นี่ไม่เคยมีเหตุร้ายมาก่อนจะมีก็แค่มีการลักเล็กขโมยน้อยแต่ไม่เคยทำอันตรายกันถึงขนาดเสียชีวิต

โดยทางสามีของผู้เสียชีวิตมีการสันนิษฐานว่าภรรยาของตนน่าจะออกมาเห็นขณะที่คนร้ายกำลังค้นหาทรัพย์สินอยู่พอดีและภรรยาเป็นคนที่ไม่ยอมคนจึงน่าจะนำไขควงออกมาเพื่อต่อสู้กับคนร้ายจึงทำให้คนร้ายใช้ไขควงแทงจนเสียชีวิต ส่วนลูกสาววัยสองขวบก็ร้องไห้หาแม่ตลอดเวลา

 

สนับสนุนโดย  จีคลับ สล็อต มือถือ

ชาวบ้านช่วยคนจะกระโดดฆ่าตัวตายสาเหตุมาจากอะไรกับแฟนหนุ่ม

         ที่จังหวัดชลบุรีมีชาวบ้านคนหนึ่งได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังจะกระโดดสะพานลอยที่หน้าอมตะนิคม City โชคดีที่เขาสามารถช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวได้ทัน

          เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563 ถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนจะกระโดดสะพานลอยให้มาตรวจสอบอย่างที่เกิดเหตุซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณสะพานลอยหน้านิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ว่านหางจระเข้ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวช่วยเหลือจากชาวบ้านที่มาเห็นเหตุการณ์ผ่านพอดีแต่หลังจากที่ช่วยเหลือลงมาจากสะพานลอยแล้ว

เมื่อสอบถามอะไรไปหญิงสาวคนดังกล่าวก็พูดจาไม่รู้เรื่องเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียวเท่านั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการพยายามเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวคนดังกล่าวสงบสติอารมณ์ซึ่งระหว่างนั้นเองก็ได้มีผู้ชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาและได้มีการจอดเพื่อพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมีการบอกว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นแฟนสาวของเขาเองซึ่งก่อนที่หญิงสาวจะมากระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตายนั้น

เอาแล้วแฟนสาวได้ทะเลาะกันค่อนข้างรุนแรงหลังจากนั้นแฟนสาวก็ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากห้องพักซึ่งเขาเองไม่รู้ว่าแฟนสาวจะออกมากระโดดสะพานลอยแต่ก็ได้มีการขับรถออกมาตามเพราะว่าเห็นออกมานานแล้วซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการเชิญตัวทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวไปที่สถานีตำรวจเพื่อให้พูดคุยเจรจาตกลงกัน

       เพียงแค่ทะเลาะกับแฟนก็ต้องมาคิดสั้นฆ่าตัวตายซึ่งแท้จริงแล้วหากมีการกระโดดลงไปอาจจะมาคิดได้ภายหลังก็ได้ว่าไม่สมควรทำเพราะการทะเลาะกันเป็นเรื่องเพียงแค่น้อยเท่านั้นหากเปรียบเทียบกับคนอื่นที่มีปัญหามากดังนั้นเราควรจะรักตนเองให้มากไม่ควรคิดสั้นฆ่าตัวตายถึงแม้ว่าเราตายผู้ชายก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากอาจจะร้องไห้แค่วันสองวันก็เลิกร้องหลังจากนั้นเขาก็จะมีคนใหม่

ซึ่งเท่ากับว่าเราได้ฆ่าตัวตายฟรีดังนั้นหญิงสาวคนไหนก็ตามที่มีแฟนแล้วถูกแฟนทำร้ายจิตใจ  ให้รักกันเองให้มากจะได้ไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะเชื่อเถอะว่าไม่มีใครรักเราเท่ากับตัวเราเอง  แถมการที่มาคิดสั้นด้วยการกระโดดสะพานลอยแบบนี้ยังเดือดร้อนคนอื่นเขาไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นกู้ภัยที่ต้องมาเก็บศพ   หรือแม้แต่คนที่มาช่วยหญิงสาวไม่ให้กระโดดสะพานลอย หากพลาดพลั้งไปเขาอาจจะตกตามไปด้วยก็ได้ และหากหญิงสาวตกลงไปตายจริงๆก็เดือดร้อนคนอื่นเขา เพราะเขาคงจะกลัว ผีสะพานลอยอีกแน่นอน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming เข้าสู่ระบบ

เกือบมีเรื่องชกต่อยกัน

เกือบมีเรื่องชกต่อยกัน เมื่อคนที่อยากจะเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต ต้องขอเอกสารเพิ่มโดยไม่ได้มีการบอก่อนล่วงหน้า

        เมื่อวันที่ 1 เดือนพฤษภาคม ปีพ. ศ. 2563 ชาวบ้านที่มีการเดินทางไปทำงานยังจังหวัดอื่นๆที่ไม่ใช่บ้านเกิดต่างก็เริ่มทยอยกันพาตัวเองกลับสู่บ้านเกิดและภูมิลำเนาของตนเองเนื่องจากว่าส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องของการถูกเลิกจ้างงานและไม่มีงานทำทำให้ไม่มีเงินในการเลี้ยงชีพเป็นค่าใช้จ่ายทั้งในเรื่องของค่าเช่าห้องค่ากินค่าอยู่อย่างนั้นเมื่อสิ้นเดือนเมษายนมีการสิ้นสุดการล็อคดาวน์ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องรีบเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง

แต่ในขณะเดียวกันได้มีข้อมูลออกมาจากทางรัฐบาลเกี่ยวกับการเดินทางว่าหากจะมีการเดินทางไปยังจังหวัดอื่นนั้นจะต้องมีการขอเอกสารการเดินทางและจะต้องมีการผ่านทางจากจุดคัดกรองของจังหวัดก่อนซึ่งปัญหาเกิดขึ้นเมื่อที่จังหวัดภูเก็ตประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาทำงานที่จังหวัดภูเก็ตต่างก็อยากจะกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองจึงได้พากันเดินทางไปยังจุดคัดกรองเพื่อที่จะเดินทางออกจากเมืองภูเก็ตเพื่อไปยังจังหวัดบ้านเกิดของตนเองซึ่งมีจำนวนชาวบ้านที่ต้องการที่จะออกจากจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมากโดยรวมแล้วมีการรอคิวอยู่เกือบถึง 1000 คิวเลยทีเดียว

ทำให้การคัดกรองเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะนอกจากจะต้องมีการตรวจวัดไข้แล้วยังต้องมีการกรอกเอกสารการขอหนังสือเดินทางเพื่อที่จะได้ไปยื่นยังจังหวัดที่จะเข้าไปด้วยและระหว่างที่ชาวบ้านกำลังเข้าแถวเพื่อยื่นเอกสารการขอออกนอกพื้นที่อยู่นั้นปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ได้มาติดต่อกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดโดยมีการแจ้งว่าจะต้องให้คนที่อยากเดินทางออกนอกจังหวัดภูเก็ตไปทำเรื่องขอเอกสารเพิ่มเติม

ซึ่งเป็นเอกสารการรับรองว่าได้มีการกักตนเองอยู่ในจังหวัดภูเก็ตครบ 14 วันแล้วเพื่อนำไปยื่นระหว่างทางที่จะมีการข้ามจังหวัดต่างๆด้วยซึ่งทำให้ประชาชนต่างก็ไม่พอใจเพราะการขอเอกสารต่างๆต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อยก็ต้อง 1 วันดังนั้นถ้าหากพวกเขาต้องไปต่อแถวเพื่อรอการขอเอกสารอีกพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องนอนพักอยู่ในจังหวัดภูเก็ตอีกซึ่งหลายคนบอกว่าได้มีการยกเลิกการเช่าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นถ้าหากพวกเขาจะต้องรอเอกสารและไม่สามารถออกจากจังหวัดภูเก็ตได้พวกเขาก็จะไม่มีที่นอนซึ่งหลายคนตอนนี้ไม่มีเงินในการซื้ออาหารหรือแม้จะเช่าห้องพักแล้วดังนั้นจึงทำให้ชาวบ้านต่างก็โวยวายและเกือบที่จะมีเรื่องชกต่อยกับทางเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยตรงบริเวณดังกล่าว จนในที่สุดก็มีผู้บังคับบัญชาการเข้ามาช่วยเหลือด้วยการเข้ามาพูดคุยกับชาวบ้านว่าให้ช่วยกรอกเอกสารเพิ่มเติม

ให้เท่านั้นเราก็ให้เดินผ่านเครื่องสแกนอุณหภูมิหลังจากนั้นก็ให้เอาเอกสารไปยื่นกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อทำเรื่องขอพิจารณาการออกจังหวัดภูเก็ตเพิ่มเติมจึงทำให้ชาวบ้านเริ่มสงบลงและทำตามขั้นตอนตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ชาวโซเชี่ยวร่วมมือถือการแชร์ภาพ สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรโรคจิต หวังตามจับกุมตัวมาให้รับโทษให้ได้

          กลายเป็นกระแสที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ที่มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้น และเมื่อมีการสอบสวนลึกลงไปพบว่าคนที่ก่อเหตุฆาตกรรมในครั้งนี้คือ นาย สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากการได้รับการอภัยโทษ

ซึ่งก่อนหน้านี้นายสมคิดถูกจับติดคุกถึง 14 ปีจากคดีฆ่าคนตายถึง 5 ศพ ซึ่งข่าวของฆาตกรโรคจิตรายนี้ หลายฝ่ายให้ความสนใจเป็นอย่างมากและที่สำคัญทุกคนต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัว นายสมคิด พุ่มพวงมาดำเนินคดีให้ได้สักที เพราะทุกคนห่วงความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว เนื่องจากนายสมคิด พุ่มพวงมีการฆ่าคนตายมาแล้วหลายคนและเข้าไม่ได้เกรงกลัวต่อการถูกตำรวจจับ

ดังนั้นชาวโซเชี่ยวจึงพากันร่วมใจให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามหาตัว นายสมคิด พุ่มพวงให้เจอให้ได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกุมภวาปี ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ได้มีการลงโพสต์ข้อความให้พลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสให้ด้วย สามารถโทรแจ้งที่ สภ. กุมภวาปี เบอร์โทร 042-334464   ซึ่งตอนนี้นอกจากจะได้รับความร่วมมือจากเหล่านักสืบโซเชี่ยวเป็นอย่างดีแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังติดตามเบาะแสของฆาตกรรายนี้จากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆอีกด้วย

          เป็นอีกครั้งที่ทุกคนในสังคม ร่วมมือร่วมใจกันในการติดตามหาตัวฆาตกรมาลงโทษให้ได้เพราะ ฆาตกรรายนี้มีนิสัยใจคอโหดเหี้ยมเกินคน เพราะเขาไม่ได้ฆ่าคนแค่คนเดียว แต่เหยื่อรายล่าสุดเป็นคนที่ 6 แล้วที่ถูกฆ่า ดังนั้น เราจึงไม่ควรปล่อยให้คนอย่างนาย สมคิด พุ่มพวงแฝงตัวอยู่รวมกับคนอื่นๆในสังคม เพราะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตของคนทุกคน ไม่ใช่ว่าสังคมจะไม่ให้โอกาสคนที่อาจจะทำผิดเผลอฆ่าคนอื่นตายแบบไม่ได้ตั้งใจมีหลายคนถูกจับเพราะเรื่องนี้เมื่อถูกปล่อยตัวออกมาจากคุกก็สามารถกลับมาอยู่กับคนอื่นๆในสังคม

และใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ แต่กับฆาตกรรายนี้ ไม่เหมือนกัน การกระทำของเขาแสดงถึงความผิดปกติทางด้านอารมณ์และจิตใจ เราอาจจะไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าเขาฆ่ากันตายเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ คนเราที่จิตใจปกติจะต้องรู้สึกเกรงกลัวต่อบาป เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแล้วผิด แต่ฆาตกรคนนี้ไม่ได้รู้สีกว่าการฆ่าคนเป็นความผิดเลย เขายังมีการฆ่าคนอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าจะเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมา ดังนั้น ทุกคนต้องร่วมมือกันในการให้เบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมตัว ฆาตกรรายนี้ให้เอาตัวมาลงโทษให้ได้

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ขโมยโหด ฆ่าลูกวัว ตัดขาหลังไป 2 ข้าง

         จากข่าวช่องไทยรัฐทีวี 32HD ที่ออกอากาศไปเมื่อเช้าวันอังคารที่ 4 ธันวาคม เวลา 8.00 น. วันนี้มีข่าวสลดใจทึ่เกิดขึ้นกับวัวกันอีกข่าวแล้วค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อหลายเดือนมาแล้วก็มีข่าวโจรมาขโมยวัวของชาวบ้านไป แต่รอบนี้ไม่ขโมยไปแบบธรรมดานะ เพราะโจรที่ว่าขโมยตัดเอาแต่ขาหลังทั้ง 2 ข้างของลูกวัวไป เนื้อข่าวจะเป็นอย่างไรเรามาติดตามกันคะ

        เหตุเกิดที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหนองอีดำ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยนางวาริน อายุ 51 ปี ผู้เป็นเจ้าของลูกวัวดังกล่าว ได้เล่าว่า เช้าวันเกิดเหตุตนได้ปล่อยวัวแม่ลูกอ่อนและลูกของมันวัย 4 เดือน ออกไปหากินหญ้าที่บริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ที่อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านเหมือนอย่างเช่นปกติทุกๆวัน  พอตกเย็นถึงเวลาที่ต้องกลับเข้าคอก วัวสองแม่ลูกของตนไม่ยอมกลับ ทั้งๆที่วัวของเพื่อนบ้านคนอื่นๆเค้ากลับกันมาหมดแล้ว ตนและสามีจึงเริ่มเดินออกตามหาไปดูที่เพื่อนบ้านแต่ละหลังก็ไม่เจอ  ก็เลยชวนกันไปหาบริเวณที่วัวเคยไปกินหญ้า  

จนกระทั่งตนและสามีก็ไปเจอแม่วัวกำลังเดินบนถนนเพียงตัวคนเดียวไม่มีลูกวัวอยู่ด้วย ก็ส่งเสียงเรียกออกไป  แม่วัวได้เห็นตนก็รู้สึกดีใจ แต่ได้เดินหันหลังกลับออกไป ตนรู้สึกแปลกใจ ก็เลยเดินตามแม่วัวไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณคลองส่งน้ำหนองบักตู้ ซึ่งห่างจากที่เจอแม่วัวตอนแรกไป 1 กิโลเมตร แม่วัวเดินไปหยุดที่กองฟางกองหนึ่งแล้วก็ส่งเสียงร้องออกมาไม่หยุด ตนเลยตัดสินใจใช้เท้าเขี่ยไปที่กองฟาง ก็ได้เห็นภาพอันน่าตกใจและหดหู่ใจ นั่นก็คือภาพของลูกวัวตัวผู้วัย 4 เดือนของตนที่หายไป ถูกทุบหัวแล้วก็ตัดขาหลังทั้งสองข้างออกไป ซึ่งขโมยน่าจะพึ่งลงมือได้ไม่นานเพราะบริเวณนั้นพบรอยเลือดของลูกวัวหยดเป็นทางยาวไปจนถึงถนน และข้างๆซากลูกวัวยังพบขวดเหล้าขาวและเครื่องดื่มชูกำลังตกอยู่ด้วย   

         คุณวารินเจ้าของลูกวัวได้แจ้งเรื่องให้ทางผู้ใหญ่บ้านและตำรวจทราบ จากผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุคาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือไม่น้อยกว่าสองคน คงเป็นคนต่างถิ่นที่เข้ามาหากินในพื้นที่นี้ และคิดว่าคนร้ายน่าจะใช้รถจักรยานยนต์เลยเอาลูกวัวไปทั้งตัวไม่ได้จึงเลือกตัดขาหลังทั้งสองข้างไปก่อน แล้วที่ต้องเอาฟางมาวางทับซ่อนไว้ก็เพราะว่าน่าจะหวนกลับมาเอาอีกรอบ  

        หลังจากได้ฟังข่าวนี้ทำให้รู้สึกสะอื้นในใจว่า วัวที่เราว่ามันเป็นสัตว์ มันยังรู้จักรักลูกของมัน เดินพาเจ้าของมาจนเจอศพลูก ถ้ามันพูดได้มันคงพูดออกมาแล้วว่าพวกมึงมาฆ่าลูกกุทำไม ขอให้ไอโจรใจปาบที่มันฆ่าลูกวัวมันต้องตายเหมือนวัว แล้วก่อนตายก็ให้มันโดนตัดขาทั้งสองข้างเหมือนลูกวัวด้วยเถอะ

 

สนับสนุนโดย  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

ความเชื่อของคนญี่ปุ่น หากเห็นปลาออร์ฟิชหรือปลาพญานาค จะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นให้รีบระวังภัย

ในขณะนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีการเผยแพร่คลิปภาพปลา 2 ตัวกำลังว่ายน้ำเล่นอยู่ด้วยกันบนผิวน้ำ ซึ่งจากภาพที่ถ่ายมาจะเห็นได้ว่าปลาทั้งสองตัวที่ว่านั้นคือปลาออร์ฟิช หรือที่คนไทยเรียกกันว่าปลาพญานาค ซึ่งปลาชนิดนี้เป็นปลาน้ำลึกซึ่งปกติแล้ว เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นปลาชนิดนี้มากนัก เพราะพวกมันมักจะอาศัยอยู่ข้างใต้ทะเลที่มีความลึกของน้ำไม่ต่อกว่า 200 เมตร

แต่ในครั้งนี้ที่ชาวบ้านถ่ายคลิปเอาไว้ได้มากลับมาว่ายน้ำตรงที่ท่าเรือของประเทศญี่ปุ่นในจังหวัด ฟุกุอิ ซึ่งสร้างความอัศจรรย์ใจให้กับชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก แต่ชาวญี่ปุ่นหลายคนก็มีความเชื่อที่ว่า หากปลากออร์ฟิชนี้ออกมาเล่นน้ำให้ชาวบ้านได้เห็นแสดงว่าพวกมันมาเตือนว่ากำลังจะมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้น อาจจะมีภัยพิบัติเช่นมีสึนามิ หรืออาจจะมีน้ำท่วมครั้งใหญ่ นั่นก็เพราะว่าโดยปกติแล้วปลาชนิดนี้จะอยู่ตรงก้นของท้องทะเล

ซึ่งพวกมันจะสามารถรับรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติใต้น้ำได้ดีและเร็วกว่าคน ซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่าการที่พวกมันโผล่ขึ้นมาเล่นน้ำด้านบนอาจจะมีสัญญาณเตือนภัยถึงอันตรายที่ใต้น้ำก็เป็นได้

 อันที่จริงแล้วถึงแม้จะเป็นเพียงความเชื่อของเหล่าคนโบราณเรื่องเกี่ยวกับปลาจะขึ้นมาเตือนภัยนั้น แต่ก็สามารถนำความเชื่อเหล่านี้มาสอดคล้องกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้เช่นกัน นั่นก็เพราะว่าธรรมชาติของปลาชนิดนี้จะอยู่แต่เฉพาะบริเวณใต้น้ำที่ลึกมากเท่านั้น ดังนั้นหากมีเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นที่ใต้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดรอยแยกที่พื้นใต้ทะเล หรือการเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเล ปลาเหล่านี้จะสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ก่อนคนเพราะพวกมันอยู่ใกล้กว่าเรามาก ดังนั้น

พวกมันจึงได้พากันว่ายน้ำขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหนีจากแรงสั่นสะเทือนเหล่านั้นก็ได้เพราะพวกมันเองก็กลัวตายเช่นเดียวกัน ซึ่งเราสามารถนำเอาความคิดนี้ไปศึกษาหาสาเหตุที่ปลาชนิดนี้ขึ้นมาอยู่เหนือน้ำได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีเหตุการณ์อะไรที่ใต้ท้องทะเลหรือไม่ เพื่อที่จะได้นำข้อมูลเหล่านั้นมาป้องกันภัยให้กับตัวเอง  แต่ในขณะเดียวกันตัวประชาชนเองก็ไม่ควรงมงายมากจนเกิดไป เพราะไม่แน่ว่าอาจจะไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้ เพียงแค่ปลาสองตัวหลงมาว่ายน้ำเล่นแค่นั้นอาจจะเป็นไปได้ เราจะเห็นได้ว่าทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นที่เรามั่นใจว่าเขาไปผู้นำด้านนิวเทคโนโลยี แต่ก็ยังมีความเชื่อแบบโบราณรวมอยู่ด้วย

 

สนับสนุนโดย  ae sexy